e.l.f เมคอัพราคาประหยัดแต่คุณภาพคับแก้ว

สวัสดีค่ะ วันนี้Miss Slater จะมาเปิดกรุเมคอัพราคาเบาๆ แต่คุณภาพดีจาก USA นะคะ e.l.f (eyes lips face) cosmetics ค่ะ เป็นแบรนด์เมคอัพ (มีสกินแคร์ด้วยแล้วนะคะ) ราคาถูกจาก USA ค่ะ สินค้าชิ้นนึงจะมีราคาเริ่มตั้ง 1USD ไปถึงประมาณ 10 กว่าUSD ค่ะ ซึ่งแปลงค่าเงินแล้วถือว่าถูกมากๆเลย เคยมีตัวแทนนำเข้ามาขายที่บ้านเราประเทศไทยอยู่ซักพักนึงแต่ก็หายไปนะคะ อาจจะเพราะราคาที่นำเข้ามาบวกสูงเกินไปนิดหน่อยเลยคิดว่าทำให้ไม่ค่อยนิยมกัน ใครที่ไป USA หรือทางฝั่งยุโรปแล้วเจอหรือผ่านๆก็สอยมากันได้นะคะ ราคาที่นู้นไม่แพงเลย แล้วก็คุณภาพเค้าเราถือว่าดี ถ้าเทียบกับเครื่องสำอางราคาถูกของบ้างเรานะคะ

เราได้มีโอกาสได้ของจากแบรนด์นี้ชิ้นแรกเป็นพาเลทที่ได้เป็นของขวัญจากเพื่อนค่ะ พอได้ลองใช้แล้วรู้สึกว่ามันโอเคดี เลยลองซื้อๆเก็บมาๆ สะสมไว้ใช้แต่งหน้า เนื่องจากได้มีโอกาสได้ต่างประเทศบ่อยๆ เจอเชลต์ของ elf ก็สอยๆ เก็บๆมาค่ะ โดยเราได้ลองใช้ทั้งเมคอัพและสกินแคร์ของเค้าในบางตัวด้วยนะคะ เลยมาโชว์ให้เพื่อนๆดูว่าตัวที่เราลองใช้แล้วดีของเค้ามีอะไรบ้างค่ะ

เราเริ่มจากตามชื่อแบรนด์เค้าเลยนะคะ eyes lips แล้วไป face ค่ะ

เริ่มกันที่ตัวแรกที่ได้ใช้ของแบรนด์นี้เลยค่ะ  e.l.f Make up Clutch Palette 

เป็นพาแลทในรูปแบบclutch  สีดำเหมาะมือ เหมาะแก่การพกพานะคะ เพราะเค้าจะจัดเมคอัพมาให้ครบเลยค่ะ ทั้งอายชาโดว์ทาตา ทุกโทนนะคะ ตั้งแต่เบสิคนู้ดน้ำตาลดำจนไปถึงสีนกแก้วแบบสีฟ้าสีเขียว ไม่ได้เป็นเนื้อแมทนะคะ ทุกๆสีจะมีวิงค์ๆอยู่ในตัวทุกอันไมไ่ด้แมทอะไรมากมาย มีไฮไลท์แบบเนื้อครีมเอาไว้ปาดๆแล้วก็มีปัดแก้ม 2 สี บรอนเซอร์โทนน้ำตาลส้ม1สี ที่เขียนคิ้วแบบเจลกับแบบฝุ่น แล้วก็มีลิปกลอสมาให้อีก5สีค่ะ เอาไว้ใช้แต่งหน้าหลายๆแบบได้หรือเอาไว้พกพาเวลาเดินทางก็ได้อยู่ค่ะ ถ้าให้คอมเมนท์ในเรื่องของเม็ดสี ความติดทน เราก็ว่าก็สมราคาค่ะ ไม่ได้ชัดเจนสีแน่นอะไรขนาดนั้น ถ้าลงกันอายไพรเมอร์ก็สีขึ้นสวยอยู่ ตัวไฮไลท์แบบเนื้อครีมเนื้อจะเหนอะหนะไปนิดแล้วก็ไม่ค่อยวาวสะใจเราเท่าไหร่ ตัวปัดแก้ม สีชมพูปัดแล้ววออกแดงไปไม่เข้ากับสีผิวคนไทยไปนิดคะ แต่ตัวสีส้มปัดแล้วผิวสวยดี ตัวเจลเขียวคิ้วนี้ม้ามืด สีชัดเน้นเข้มสะใจมาก ถ้าเขียนด้วยเจลแล้วทบฝุ่นลงไปนี้คือคิ้วจะไม่เลือนทั้งวันเลยค่ะ ตัวกลอสทาปากเป็นอะไรที่เราไม่ค่อยชอบเพราะมันวาวไปหน่อยแล้วก็สีไม่ค่อยสดชัดค่ะ ถ้าแต่งหน้าแบบจริงจังอาจจะต้องลงลิปแยกต่างหากก่อนแล้วค่อยเอากลอสลงไปทับค่ะ โดยรวมแล้วถือว่าทำได้ดี เหมาะเอาไว้พกพากับแต่งหน้าฉามฉุกเฉินหรือลองเอาไว้ฝึกแต่งหน้าหลายๆแบบหลายๆลุคก็ดีค่ะ

e.l.f Mad for Matte eyeshadow palette -Nude Mood

ตัวนี้ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจสอย แต่ได้นางแถมฟรีกับตอนยอดซื้อออนไลน์ครบ 25 USD เป็นพาเลทอายชาโดว์เนื้อแมททั้งหมดนะคะ โดยโทนนี้จะเป็นโทนนู้ดน้ำตาลดำค่ะ แต่งได้ตั้งแต่แนวธรรมชาติจนไปถึงสโมคกี้อายค่ะ เนื้อดีเกลี่ยง่าย ดูแรกๆมันจะดูเป็นชอล์คๆฝุ่นๆหน่อยนะคะ ถ้าลงกับอายไพรเมอร์ของแบรนด์เดียวกันสีก็จะชัดและติดทนมากๆค่ะ แต่บางสีของโทนอ่อนนู้ดก็สีบางมากๆลงไปไม่ค่อยเห็นนะ เกลี่ยง่ายมาก ให้สีสวยดีค่ะ ส่วนตัวเอาไว้แต่งวันสบายๆหรือวันไหนอยากจัดเต็มก็แค่เอาโทนสีเข้มทำเป็นเส้นขอบตาให้ดูฟุ่งๆก็สวยดีค่ะ เรารู้สึกสีมันโทนอุ่นๆะธรรมชาติหรือ หรือจะเอาไว้ใช้แต่งหน้ากับกลิตเตอร์ก็ได้นะคะ เป็นสีพื้นเบสหรือสีทรานซิชั่นดีนะคะ ตอนแรกนึกว่าจะไม่เข้ากับเบ้าตาผิวสาวไทย ถือว่าเป็นพาเลทที่ดีสมราคาค่ะ

e.l.f Eyelid Primer

อายไพรเมอร์สำหรับลงเป็นเบสก่อนลงอายชาโดว์ค่ะ เค้ามี2รุ่นนะ เป็นรุ่นธรรมดาเนื้อสีครีมสว่างกับรุ่น Mineral สีนู้ดไปเลย จริงๆตัวนี้ถือว่าเป็นอายไพรเมอร์แรกๆที่ทำออกมาเลยนะคะ ด้วยความที่สีมันสว่างมากตอนทาเบ้าตาก็ให้ระวังๆนิดนึงนะคะ ค่อยแตะเบลนด์ๆรอซักพักแล้วลงสีอายชาโดว์ต่อ ก็จะได้ให้สีที่ชัดเจนตรงกับตลับ แล้วก็มีความสีติดกับเปลือกตาไม่ค่อยร่วงดีนะคะ แต่ๆๆๆๆ อย่างที่บอกไปว่ารุ่นธรรมดาสีมันขาวมากไป เลยอาจจะทำให้สีอายชาโดว์ที่ลงมันเพี้ยนไปหน่อยแต่ก็โอเค ถ้าจะลองเราแนะนำให้เลือกรุ่น Mineral ที่เป็นสีอ่อนกว่าจะดีกว่าค่ะ สำหรับเราเรื่องสีชัดอะไรนั้นเฉยๆ แต่เรื่องความติดทนเราก็กว่ามันดีกว่าไม่ทาอะไรเลยนะคะ อย่าลงเยอะเดี๋ยวมันจะเป็นรอบพับที่เปลือกตานะคะ

e.l.f expert liner ,e.l.f volume&define mascara 

อายไลเนอร์แบบจิ้มจุ่มหัวโบราณ ส่วนตัวว่าใช้งานยากเพราะแปรงหัวมันอ่อนเวอร์ ต้องใช้ทักษะสูงส่งในการกรีดค่ะ แต่ถ้ากรีดได้ก็จะได้เส้นเล็กขมสวยดีค่ะ แห้งช้าไปนิดแล้วก็ไม่ค่อยติดทนไปหน่อย ส่วนตัวแล้วใช้พวกแบบปากกาน่าจะเริ่ดกว่าค่ะ ส่วนมาสคาร่เราชอบค่ะ ด้วยความที่แท่งมันใหญ่ เหมาะเอาไว้ปัดทับกับขนตาปลอมได้ ช่วยได้ขนตาดูฟูหนาดีค่ะ ความยาวไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่

ในส่วนของ Lips นั้นเราไม่ได้ซื้อมาลองเล่นเท่าไหร่ เพราะด้วยความที่ไปเจอเฉดสีแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่เลยไม่ได้ซื้อมาค่ะ

เรามาต่อในส่วนของ Face หรือพวกเมคอัพสำหรับใบหน้ากันเลยดีกว่า

e.l.f Mineral Infused Face Primer

ไพรเมอร์ของ e.l.f นั้นมีมากมายหลายสูตรค่ะ ทั้งแบบซิลิโคน แบบวิงค์ๆ แบบลดรอยแดง ปรับผิวใส เยอะมากกก เราเลยเลือกแบบเบสิคๆมาจะเป็นอันนี้นะคะ สีขาว เป็นเนื้อเจลใสๆ ผสมซิลิโคนแหละค่ะ เพราะปรับให้หน้าเรียบเนียนได้เลยทันทีไม่มีกลิ่นค่ะ ปรับหน้าให้เนียนไร้รูขุมขนได้จริงแล้วก็คุมมันได้ดีสำหรับเรา ลงรองพื้นต่อได้เลยทั้งแบบลิควิคหรือแบบแป้งผสมรองพื้นก็ได้ คุณภาพเราว่าเทียบเท่าพวกแบรนด์เคาน์เตอร์ได้เลยนะคะ ผิวเนียน เมคอัพทน เสียดายมันไม่ได่ซื้อง่ายที่เมืองไทยนะ

e.l.f Moisturising Foundation Stick

เป็นรองพื้นแบบแท่งๆ เกลี่ยง่าย ปาดๆเบลนด์ได้เลย ปวดหัวกับสีของมันนะคะ เพราะสีมันโทนไม่ค่อยเข้ากับผิวคนไทยเลย ออกไปทางชมพูฝรั่งซะมากกว่า ต้องปรับด้วยคอนซีลเลอร์หรือแป้งฝุ่นที่ลงเซทอีกทีค่ะ ตัวรองพื้นไม่ได้ปกปิดอะไรมากมาย ออกจะบางเบาไปนิดนึงด้วยซ้ำ ตรงลงคอนซีลเลอร์ทับอีกที หรือใครชอบฟีลเบาๆจะใช้ก็ได้ไม่ติด ถามว่าคุมมันมั้ย ตอบว่าไม่คุมเลยยย เพราะมันมีส่วนผสมของน้ำมันกับมอยส์เจอร์เยอะมากตามชื่อ ต้องลงไพรเมอร์กับเซทแป้งฝุ่นดีๆค่ะ ไม่งั้นหน้าเยิ้มแน่ๆพูดเลย สรุปคือเป็นรองพื้นที่ไม่ชอบเลยค่ะ ต้องทนใช้ให้มันหมดๆไป ไม่แนะนำเลยใครที่จะซื้อนะ

e.l.f complete coverage concealer

เป็นพาเลทคอนซีลเลอร์เนื้อครีมที่มีให้เลือกตามเฉดผิวนะคะ ตั้งแต่ขาวมากแบบฝรั่งจนไปถึงเข้มมาก เราลองเหมามาสามเฉดเลยค่ะเนื่องจากมันถูก จะบอกว่าไม่คุณภาพสมราคา ไม่ได้ดีมากไม่ได้แย่มาก ต้องใช้ทักษะเยอะหน่อยในการใช้ แปรงที่ให้มาด้วยไม่ค่อยเริ่ด ต้องใช้กับแปรงทารองพื่นแบบเล็กหรือนิ้วมือจะดีกว่าค่ะ คอนซีลเลอร์ตัวนี้แนะนำว่าห้ามปาดๆไปทั่วหน้านะคะ เนื้อจะแย่มากเป็นคราบเลย ให้ทำการแต้มๆกดๆจะดีกว่าค่ะ ตัวเฉดผิวขาวเรามาไว้ทำเป็นไฮไลท์จุดสว่างๆและตัวเฉดสีเข้มเอามาทำเป็นกรอบหน้า คอนทัวร์เอาค่ะ ส่วนตัวรู้สึกว่าสีเข้มพอเอามาเฉดแล้วมันให้เงาที่เป็นธรรมชาติดี ถามว่าติดทนมั้ย ไม่ค่อยค่ะ ต้องกดๆย้ำให้มันแน่นถึงจะพอทนไปทั้งวัน เนื้อครีมไม่ได้ปกปิดอะไรมากมาย และไม่เหมาะอย่างยิ่งจะเอาไปลงใต้ตาเพราะถ้าไม่ชุ่มชื่นหรือสีพอดีกับผิวพอ มันจะเป็นปื้นและคราบได้นะคะ สรุปคือมันใช้ยากอะ ไปใช้แบบแท่งๆเหอะ จะดีกว่านะ

e.l.f Translucent Matifying powder

เป็นแป้งอัดแข๊งแบบโปร่งแสงค่ะ ตัวนี้เราว่าดีตรงมันคุมมันได้ดีมากๆนะคะ เอาไว้เซทไปเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการแต่งหน้าหรือเอาไว้ทัชอัพระหว่างวันก็ดีเพราะมันไม่ออกสี แมทสนิทแนบไปกับใบหน้าแล้วก็ไม่เป็นคราบด้วยค่ะ ถือว่าดีมากๆในราคานี้ แต่กลิ่นไม่ค่อยโอออกแนวเหม็นๆไปนิด ย้ำว้าไม่ปกปิดนะคะตัวนี้ เอาไว้ทัชอัพ ซับมันมากกว่าค่ะ

e.l.f pressed powder

เป็นแป้งอัพแข๊งแบบผสมรองพื้นมานิดหน่อยเพิ่มความปกปิดได้หน่อยนึง คุมมันน้อยว่าตัวโปร่งแสงอัดแข๊งค่ะ มีหลายเฉดสีให้เลือกตามสีรองพื้นเลย ไม่เปลี่ยนสีไม่หมองแต่ก็ไม่ค่อยติดทนต้องเติมระหว่างวันค่ะ ใช้พัฟที่เค้าให้มาด้วยไม่ค่อยเวิร์คต้องเอาแปรงปัดเอาจะเวิร์ดกว่า

e.l.f HD Powder

แป้งฝุ่นตัวดังของแบรนด์นี้นะคะ ส่วนตัวเราว่าก็ถ้าเจอก็ซื้อเหอะ เออมันดีจริงเป็นแป้งฝุ่นสีขาวไม่ได้ทำให้หน้าขาวนะคะ มันเป็นแป้งโปร่งแสงค่ะ เนื้อฝุ่นแต่รู้สึคกได้ถึงความลื่นๆสงสัยจะมีซิลิโคนอยู่บ้าง เอาไว้ลงเซทหลังรองพื้นค่ะ ชอบนะคะ หน้าเนียนไปเลย เราใช้แบบลงๆโปะๆ แล้วก็เอาแปรงปัดส่วนเกินออกค่ะ มันจะช่วยทำให้ผิวหน้าสมูทเนียนขึ้นได้ดีมากเลย หรือเอาจะไว้รองฝุ่นไว้สำหรับแต่งหน้าหนักๆก็เวิร์คนะคะ ด้วยความที่เนื้อมันฟุ่งไปหน่อยตอนปัดให้ระวังๆหน่อยนะ คุณภาพเทียบเท่าพวกเคาน์เตอร์แบรนด์ได้อยู่เลยค่ะ ราคาคุ้มค่ามากๆ หน้าผ่องไปทั้งวัน

e.l.f HD Compact powder 

เป็นแป้งฝุ่นแบบตัวบนแต่เอามาอัดแข๊งตลับนะคะ เวลาปัดจะได้ไม่ฟุ้งมาก เอาไว้เติมระหว่างวันได้สะดวกกว่าดีค่ะ

e.l.f contour palette #light

เป็นพาเลทคอนทัวร์แบบเนื้อฝุ่นแล้วก็มีไฮไลท์มาให้ด้วนค่ะ มีทั้งเนื้อแบบชิมเมอร์และแมท เนื้อดีสีชัดเอาไว้ปัดให้โครงหน้าชัดๆสายฝอได้ดีเลยนะ ตัวที่เป็นคอนทัวร์เนื้อแมทสีน้ำตาลดีมากๆ เราชอบเอาไว้เป็นสีพื้นสำหรับคัดเบ้าได้สวยมากๆค่ะ ความเข้มของสีสามารถปรับหนักเบาได้ คอนโทรลได้ดี แต่ปัดเบาๆก็ออกสีชัดแล้วค่ะ ถือว่าคุณภาพสมราคาเลย

e.l.f bronzer palette #warn tone

ตัวนี้จะเยินหน่อยเพราะใช้บ่อย เป็นบรอนเซอร์ที่เกินว่าคำว่าบรอนซ์สำหรับเราเพราะมันสารพัดประโยชน์มากๆ วิงด์สวยกำลังดีเอาไว้ปัดทัวหน้าให้โกลวดิวอี้สุดๆ หรือจะเอาเป็นอายชาโดว์ทาตาแบบวาวสะใจก็เริ่ดค่ะ โทนเป็นคอปเปอร์น้ำตาลนู้ดใช้ได้หลายสีผิวเลย พิกเมนท์ชัดเจน สีสันติดทนแต่ต้องลงไพรเมอร์หรือรองพื้นให้หน้าเนียนๆแมทๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นมันจะไปเน้นรูขุมขน ตอนซื้อให้ดูโทนสีดีๆนะ มันจะแบบเนื้อแมทไปเลย กับชิมเมอร์หมดเลยแบบอันที่เราซื้อมาค่ะ สำหรับสีเข้มที่เป็นเอาไว้สร้างเงา เราว่ามันวิงค์เกินเบอร์ไปนิด จริงๆพาเลทนี้เคลมว่าเป็นชิมเมอร์ปัดหน้าจะเหมาะกว่าเรียกว่า บรอนเซอร์ค่ะ

e.l.f complexion perfection powder

ชอบมากๆๆ ควรมีๆ สำหรับทุกคนที่อยากลองแบรนด์นี้ มันเป็นแป้งอัดแข๊งที่เป็น collector สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอไปด้วย คล้ายๆกับแป้งฝุ่นสีช่องของgivenchy ตัวดังแต่ราคาต่างกันหลายเท่าเลยค่ะ อย่างที่บอกว่ามันเป็นแป้งสีcollector ซึ่งจะใช้แยกตามจุดที่มีปัญหาก็ได้เช่นสีเขียวเอาไว้ลงตามรอยแดง สีม่วงปรับผิวผ่อง สีชมพูหรือเหลืองเอาไว้ลงให้ผิวสว่าง หรือจะปัดๆวนๆรวมกันเพื่อปรับสีผิวให้ทั่วใบหน้าเลยก็ได้ ใช้ได้ทั้งแบบวันธรรมดาที่ไม่อยากจะลงอะไรเยอะ ก็ปัดๆไปให้ผิวดูสุขภาพดีได้ หรือจะส่งเป็น finished powder หลังลงรองพื้นก็ได้ค่ะ ถ้าปัดรวมๆกันอย่างนึงที่รู้สึกได้เลย คือหน้าจะดูสว่างขึ้น ผ่องขึ้นแต่ไม่ได้วอกนะคะ แบบออกแนวเปล่งปลั่ง เนื้อแมทเวอร์เทียบเท่าตัวแป้งแมทของเค้าซึ่งถือว่าคุมมันได้ดีเวอร์ ถือว่าเป็นsetting powder ที่ควรมีค่ะ

e.l.f blush #twinkle pink

ถือว่าเป็นที่ปัดแก้มแบบฝุ่นที่ราคาถูกมากๆ และมีหลายสีให้เลือกให้ลองกันนะคะ ส่วนตัวเราแนะนำถ้าใครอยากลองบลัชสียอดฮิตของพวกแบรนด์เคาน์เตอร์ที่ราคาสูง ให้มาลองบลัชของ e.l.f ค่ะเพราะเค้าจะทำเฉดสีบลัชออกมาได้ใกล้เคียงพวกสียอดฮิตของแบรนด์เคาร์เตอร์มากๆเลยคะ ติดที่คุณภาพมันอาจจะไม่เทียบเท่า เป็นฝุ่นร่วนและสีไม่ค่อยติดทนไปหน่อย แต่สะดวกเติมระหว่างวันได้ ก็ถือว่าเป็นบลัชที่น่าเล่นน่าลองมากๆเลยค่ะ ส่วนตัวเราชอบสีที่เป็นDupe ของสี orgasm ของนาร์สอันนี้นะคะ ชอบกว่าด้วยซ้ำเพราะสีมันสดชัดกว่าตัวออริจิอีกค่ะ

e.l.f Blush palette #bright

เป็นพาเลทปัดแก้มที่สีจัดจ้านมาก มีหลายโทนให้เลือกสำหรับหลายสีผิวค่ะ มีทั้งแบบวิงค์และชิมเมอร์ ตัวบลัชแบบตลับเดี่ยวเราว่าสีมันชัดแล้วนะ ตัวบลัชพาเลทกลับทำดีกว่าค่ะ สีชัดมากเวอร์ ปัดพลาดนิดเดียวแก้มเป็นตูดลิงได้เลยนะ แล้วก็ติดทนไปตลอดทั้งวันเลยอะ ดีนะคะ แนะนำสำหรับสายเมคอัพที่อยากมีสีแก้มหลายๆสีไว้ใช้

จะบอกว่า e.l.f เค้าก็มีไลน์สกินแคร์ที่ทำออกมาได้ดีแล้วก็ราคาย่อมเยาว์ด้วยนะคะ เท่าที่ลองดูคอนเซปเค้าจะเป็นแบบเรียบๆง่ายๆและเป็นสกินแคร์เพื่อให้ผิวรับกับเมคอัพที่จะส่งต่อไปค่ะ

จากซ้ายไปขวา

e.l.f Daily face cleanser เป็นเจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื่นค่ะ เนื้อจะเป็นเจลล้างแล้วดูไม่บาดผิวหน้า ฟองไม่เยอะมาก กลิ่นจะเป็นแนวสะอาดๆหน่อย ถือว่าเอาไว้ล้างหน้าหลังจากเช็ดทำความสะอาดผิว ล้างสะอาดแล้วก็ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงดีค่ะ

e.l.f antioxident boosting drop เป็นเซรั่มหัวดรอปเปอร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีค่ะ เอาไว้ทาตอนเช้า เค้าเคลมว่าช่วยปกป้องผิวจากผลภาวะระหว่างวันและทำให้หน้ากระจ่างใสค่ะ ส่วนตัวชอบที่มันลื่นๆแล้วทาแล้วผิวนุ่นดีค่ะ เอาไว้ปลุกตอนเช้าเวลาง่วงๆ ผิวจะดูตื่นขึ้น

e.l.f hydrations booster drop เป็นเซรั่มเพิ่มความชุ่มชื่นอย่างเร่งด่วนเพราะมี กลีเซอรีนและไฮยารูลอนเอาไว้เติมน้ำให้ผิว เราชอบเอาไว้เวลาแต่งหน้ารีบๆ จะลงตัวนี้ให้ผิวชุ่มๆ รอแห้งแล้วลงไพรเมอร์แต่งหน้าได้เลย เครื่องสำอางจะติดทนดีค่ะ

e.l.f beauty shield massage overnight recovery cream ชอบมาก เหมาะกับคืนไหนขี้เกียจๆ คือมันเป็นหลอดครีมบีบออกมาพร้อมกับหัวลูกกลิ้งนวดค่ะ เริ่ดมาก เพราะทาครีมไปด้วย นวดหน้าผ่อนคลายไปด้วย ตัวครีมนางเคลมว่าจะช่วยฟื้นฟูผิวอ่อนหล้าทั้งจากที่เราเจอมลภาวะมาตลอดทั้ง กลิ่นหอมสดชื่นมากแล้วก็เนื้อครีมไม่หนักมา นวดๆไปจะซึมไปเลย ตื่นเช้ามาหน้าจะสดใส

e.l.f make up remover cleansing clothes 

เห็นฝรั่งเค้าชอบมาหยิบๆที่เชลต์ แล้วเค้าก็ชอบทำแพคคู่ ก็เลยบ้าจี้หยิบๆมาเหมือนกัน เป็นทิชชู่เช็ดเครื่องสำอางค่ะ ส่วนตัวเราว่าถ้าใช้เช็ดเมคอัพของแบรนด์เดียวกัน มันเช็ดออกได้ดีนะ สามแผ่นหน้าก็สะอาดแล้ว แต่พอเอาไปใช้กับแบรนด์อื่นแล้วรู้สึกมันเช็ดออกยากยังไงก็มะรู้ึค่ะ สงสัยอุปทานไปเอง แหะๆ กลิ่นจะสดชื่นๆหน่อย เช็ดทำความสะอาดตรงรอบตาแล้วไม่แสบนะ

e.l.f make up mist&set 

เป็นสเปรย์ที่เอาไว้ฉีดก่อนหรือหลังเมคอัพก็ได้ค่ะ เอาไว้ให้ความชุ่มชื่นเตรียมผิวก่อนเมคอัพและเซทเมคอัพให้อยู่ทน ส่วนตัวเฉยๆค่ะ ไม่ได้รู้สึกอะไร

 

 

ปิดท้ายด้วยแปรงจาก e.l.f ค่ะ มีหลายตัวหลายฟังด์ชั่นการใช้งาน ส่วนตัวเราชอบใช้พวกแปรง base make up แนวลงรองพื้นมากๆ เพราะใช้ได้ดีและทนมากๆค่ะ ใช้ได้หลายปีเลย ด้วยราคาที่ไม่แพง ถ้าใครอยากเริ่มใช้แบรนด์นี้ เราแนะนำให้ลองซื้อแปรงของเค้ามาลองใช้ดูก็ดีค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รวมเมคอัพ Mistine ตัวนอกกระแส

สวัสดีค่ะ Miss Slater เองค่าาาาา วันนี้จะมาเปิดกรุเมคอัพราคาย่อมเยาว์ราคาๆเบากับแบรนด์ไทย Mistine มิสทีนนะค่า เนื่องด้วยได้ลองโหลดแอฟยุพิน ที่เป็นสั่งซื้อสินค้าของเค้ามาลอง แล้วมันจะมีแคตตาลอคสินค้าลดราคาพิเศษมากๆ ก็เลยสั่งมาลองๆใช้ๆปาดๆดูค่ะ สั่งไปสั่งมาไปเยอะมากๆๆๆ มีทัั้งที่ใช้ดี เฉยๆแบบไม่โอเคก็มีค่า วันนีเลยจะมาเปิดกรุให้เพื่อนให้อ่านกันจ้า

เป็นเมคอัพซะส่วนใหญ่นะค่า จะบอกว่าราคามันเบาๆมากบางชิ้นไม่เกินร้อยอะ แต่คุณภาพ ความติดทนบางตัวก็แย่ บางตัวก็ดี บางตัวก็สมราคานะคะ

เหมาะกับเวลาช่วงประหยัด อิอิ เราจะแบ่งเป็นหมวดๆนะคะ

เริ่มจากพวก Base Make Up

1.Mistine Pretty White อันนี้เป็นแป้งผสมรองพื้นปกปิด เอาพริตตตี้มาเป็นตัวเคลมว่าปดปิดเนียนเรียบ ตัวแป้งปกปิดดีค่ะ ไม่ดรอประหว่างวัน แต่มันไม่คุมมันนะ ระหว่างวันหน้าจะมันๆหน่อยแต่ดูสวยฉ่่่ำดีๆ ไม่หลุดอยู่ทนทัั้งวัน

2.Mistine wonder bb loose powder เป็นแป้งฝุ่นเอาไว้เซทกับบีบีรุ่นขายดีของแบรนด์นี้ เป็นแป้งสีขาวเนื้อมีชิมเมอร์ผสมหน่อยๆ ส่วนตัวว่าชอบเพราะมันเซทกับรองพืนทุกยี้ห้อละหน้าแมทดีค่ะ ไม่หลุด ไม่มันเลย ทำให้หน้าดูผ่องๆเป็นธรรมชาติ

3.Mistine Numeber One Platinum อันนี้แบบรีฟิล ไม่รู้ทุกวันนียังมีคนใช้แป้งดีอยู่มั้ย เคยดังอยู่ช่วงนึง คือมันดีอะ ปกปิดได้แต่เนือจะเบาๆสีเข้ากับผิวคนไทยกลางๆ ไม่คุมมันแต่ก็ไม่ทำให้หน้ามันหมอง คือปาดๆไปเหอะ เติมระหว่างวันได้ไม่หนา คิดว่าเป็นแป้งตัวนึงของมีสทีนที่ไฟว์กับแป้งแพงๆได้อะ

4.Mistine coverall concealer  คอนซีลเลอร์แบบแท่งเล็กกะจิ๋วริ๋ว มีแค่สองสีซึ่งขาวไปทั้งสองสี เนื้อแน่นๆต้องเอามาวอร์มก่อนทา ปกปิดรอยดำได้แต่แปปก็หลุดอะ แล้วเหมือนมันไม่ค่อยเข้ากับสีแป้งที่ลงต่อเลยเป็นจุดๆลอยๆแปลก

5.Mistine Coveralll liquid foundation รองพื้นแบบน้ำที่ถือว่าเป็นของดีนะคะ เหลวเกลี่ยงานปกปิดได้ปานกลางงานผิวๆ มี สามสี ติดทนทั้งวัน คุมมันในระดับนึง บิวท์ความหนาบางได้ ถือว่าดีค่ะ

6.Mistine wonder contour&hilight stick ชอบๆๆๆ เป็นเฉดดิ้งไฮไลท์แบบเนืื้อครีมเกลี่ยงานดี เฉดดิ้งจะติ่งแดงไปนิดแต่พอเกลี่ยแล้วโอเคอยู่ ไฮไลท์ก็ขาวเหลืองวิงค์สวยดีค่ะ เอาแต่วาดโครงหน้าได้ชัดอยู่เกลี่ยๆลงแป้งแล้วไม่หลุด สีชัดดีค่ะ

7.Mistine Speed Foundation เป็นรองพื้นที่เคลมๆว่าทำไว้ให้เกลี่ยเร็ว แห้งไว้ ส่วนตัวเฉยๆ ลงแล้วก็หน้าเรียบเนียนดีดูปดปิดได้โอเค แต่มีสีเดียวกับผิวกลางๆ

8.Mistine Wonder BB Cream บีบีครีมตัวขายดีที่ไม่เคยจะให้ผลสมำเสมอซักที บางวันก็ผ่องสวย บางวันก็วอก บางวันก็หมอง งงมากๆ ลองถามคนอื่นก็เจอแบบใช้ดี๋ดีย์ บางคนก็ว่าป่วย สรุปมันผีเข้าผีออก แล้วแต่คนจะใช้เลยอีบีบีหลอดนี้

9.Mistine Selfie powder foundation แป้งผสมรองพื้นที่เคลมว่าหน้าเป๊ะพร้อมถ่ายรูป เออมันก็โอเคอยู่ เพราะมีวิงค์อยู่นิดๆหน้าจะจะกระจายแสงไงจ๊ะ ปกปิดได้อยู่นะ แต่ไม่ค่อยคุมมันอะคะ

10.Mistine Glowwink shimmer powder แป้งฝุ่นวิงค์ชัดจัดเต็ม หมดสิทธิ์ใช้กับหน้าค่ะ เพราะนางวิงค์ใหญ่ไปนิด เอาไว้ลงตัวลงแขนลงแขนเวลาไปงานค่ะ ขึ้นไฟสวยยยยย

11.Mistine True match foundation เป็นรองพื้นเนื้อครีมกึ่งแป้ง พอเกลี่ยๆบนหน้าแล้วจะเป็นแป้งเนื้อแมทดี ปกปิดต้องยอมเพราะปิดมิดแต่ใช้ยากเกลี่ยยากด้วยอะ ต้องใช้ความอดทนสูงในการเกลี่ย เอาไว้ใช้ตอนออกงานแบบอยากหน้าเปํะๆได้อยู่

12.Mistine Forever youth บอกเลยว่ามันคือ DUPE ของแป้งหน้าเด็กม่วงๆของ Physician formula เหมือนกันเป๊ะๆ เป็นแป้งอนูเล็กเอาไว้กระจายแสงทั่วหน้า ส่วนตัวว่าเหมาะกับเป็นไฮไลท์พอ ไม่งั้นหน้าจะมันเยื้มไปค่า ถ้าลงตามจุดไฮไลท์นี้กำลังดีงาม

13.Mistine Magic shimmer&foundation cream รองพื้นเหลวพร้อมมีไฮไลท์ชิมเมอร์แบบฝุ่นมาให้อีก ตัวรองพื้นนี้เหมาะเลยสายฉ่ำ ไม่ปกปิดเน้นงานผิว แล้วก็ฟาดชิมเมอร์เข้าไปอีก ก็เอาไปเลยค่ะสายหน้าเกา

ต่อมาเป็นพวกบลัชออน ปัดแก้มนะคะ

1.Mistine BB Passion Blusher มี2โทนสี สีส้มกับสีชมพู สีไม่ค่อยติด จะให้ความวิงค์มากกกว่า ไม่ชอบอะ สีเบ๊าเบาๆเกิน เอาไว้ปัดแก้มเด็กเหอะ

2.Mistine all season blush on ตัวนีเริ่ดๆ สีสวยแมทดีค่ะ แนะนำเบอร์ 03 เพราะเข้ากับหลายๆเมคอัพ ดูสุภาพแต่ก็ดูปัดไม่แก่ ชอบๆ ปัดได้หลายๆสถานการณ์ ติดทนอยู่ แต่ก็ต้องเติม ชอบๆ อันนี้

3.Mistine Jubliss Cheek Moouse tint เป็นบลัสเนื้อมูสครีมๆ เฮ้ยๆคือมันดีไปอยู่ที่ไหนมา เอาไว้ลงแก้มหลังลงรองพื้นก่อนเซทด้วยแป้งฝุ่น แก้มจะเป็นสีไปทั้งวันเลยนะ ไม่ทำให้หน้ามันด้วย เพราะไม่มีชิมเมอร์ สีจะออกแบ้วๆ ทุกโทน ทาแล้วจะดูเด็กและดูขาวสว่างๆขึ้นมาค่ะ เอาไว้ทาปากก็ได้ด้วยนะ เป็นของดีของแบรนด์ที่ไม่ค่อยเห็นใครใช้ มันดีๆ ไปตำๆ แนะนำ

4.Mistine Betty In Forrest  Cheek color พาเลทแพคเพจแบ้วเวอร์ เป็นบลัชลายๆโทนสีเอามารวมกัน จะแยกใช้เป็นไฮไลท์ก็ได้แต่ช่องมันเล็กเกิ้น เลยเอามาปัดๆรวมๆกันนั้นแหละ ชิมเมอร์ใหญ่ดีค่ะ หน้าจะวาวและมีสีขึ้นมาทันใด ไม่ติดทนเลยน้าาา

ในส่วนของพาเลทนั้น

1.Mistine Fabulous blush Palette พาเลทปัดแก้มครบโทนสีทั้ง ส้ม แดง นู้ด แถมมีบรอนเซอร์ เฉดดิ้งให้อีก 2 สี ทุกอันมีชิมเมอร์มาให้หมดแต่ปัดแล้วก็ไม่ได้วิงค์วาวอะไรมากมาย สีสวยชัดดีค่ะ

2.Mistine Cover all concealer palette พาเลทคอนซีลเลอร์สามโทน มี ไฮไลท์ คอนซีล กับ เฉดให้ครบ เนื้อครีมต้องเอานิ้วปาดมาวอร์มละกดๆเอาก่อนจะใช้ดีค่ะ ถ้าใครที่ผิวกลางๆพาเลทนี้ เอามาทำกรอบหน้าแต่งสายฝอได้อยู่นะคะ เกลี่ยๆดี ปกปิดได้ดีมากๆค่ะ

3.Mistine Champagne Pink พาเลทแต่งตา Dupe ของ Naked3 ในราคาย่อมเยาว์ สีนู้ดๆชมพูๆตุ่น ดีค่ะ เหมาะกับวันแต่งหน้าเบาๆ หรืออยากจะแบ้วๆ ชมพูก็ลงหนักหน่อย สีสวย ติดทนตามราคาค่ะ คือถ้าไม่ถูหรือยุ่งกับมัน มันก็จะอยู่อย่างนั้นแหละ ไม่หลุดหรอก

4.Mistine Nudy Brown เป็นอายชาโดว์โทนน้ำตาลที่สีสวยทุกสีเลยค่ะ จะแต่งสีเดียวหรือผสมๆกันก็สวย บางทีเกลี่ยไม่ค่อยไปเลย แนะนำว่าอย่าใช้กับแปรงที่มาด้วย บางสีก็เอามาเขียนคิ้วได้ดีด้วย

5.Mistine  4 concept make up set,5 concept make up set เป็นพาเลทชั้นๆตลับกลมเวลาจะใช้ก็หมุนออกมา สะดวกสำหรับพกพา จะมีครบทั้ง ตา แก้ม คิ้ว อัน5concept จะมีไฮไลท์เฉดดิ้งมาให้ด้วย เหมาะกับเอาไว้ใช้แต่หน้าฉุกเฉินได้ โทนสีใช้ได้ทุกผิวเพราะเป็นสีเบสิค ติดทนปานกลาง

6.Mistine Groove complete eye palette อายชาโดว์พาเลทที่รวมเฉดๆธรรมชาติมาทุกทีเท่าที่นางจะคิดออก เนื้อสีโอเคได้ ติดทน แต่เนื้อเป็นฝุ่นไปนิด บางอันแมท บางอันกลิตเตอร์ เราว่าโทนสีเหมาะไว้ฟาดแนวสโมกกี้มากกว่าแต่งธรรมดา แต่งแบบเข้มๆฟุ้งแล้วสีมันสวยดีค่ะ

7.Mistine Fashionista Make Up set เป็นพาเลทเล็กจิ๋วคลี่ออกมาได้ ของดีไม่มีคนพูดอีกอันของมิสทีนค่ะ มีสองโทน ส้มกับชมพูแต่เราเอาโทนชมพูมา มันจะมีพาเลทแต่งหน้าที่เป็นโทนชมพูชิมเมอร์ที่สีสวยๆ แล้วเค้าในส่วนของที่เขียวคิ้วที่เป็นโทนน้ำตาลดำมีปรับเป็นสีแมทให้ละมุนขึ้น มีบลัชสีชมพูกับไฮไลท์มาให้ด้วย ตลับมาเล็กมากๆ เหมาะกับแบบต้องไปปาร์ตี้กระทันหันเอาออกมาแต่งได้ สีสวยละมุนนีมากแล้วก็ปรับเอามาแต่งได้หลายอย่าง ชอบมากๆ แนะนำๆ

8.Mistine Betty in forest eye color พาเลทแต่งหน้าน่ารักๆโทนน้ำตาล ที่สีไม่ออกเลยเหมือนกัน เอาไปแต่งตาเด็กคร่ะ

มาต่อที่ส่วนสำคัญสำหรับใบหน้า คิ้วกับอายไลเนอร์นั้นเองจ้าาาาา

1.Mistine Universal Ary eyebrow pencil ตัวนีชอบลดราคาบ่อยๆแบบไม่ถึงร้อยค่ะ เส้นเล็กเนื่อเขียนง่ายดี เหมาะเอาไว้วาดคิ้วให้คมๆได้ดีค่ะปลายอีกด้านมีหัวฟองน้ำเล็กไว้เกลี่ยแต่เราว่ามันก็ไม่ได้เบลนด์เนื้อได้ดีอะไรขนาดนั้น เหมาะเอาไว้งานเส้นๆมากกว่าจ้า

2.Mistine 3d brow secret brow set ตัวคิ้วสามตอนของแม่พลอยอันโด่งดัง เออมันใช่ดีนะ คือครบจบกระบวนการในการเขียนคิ้วที่ทำง่าย วาดเส้นด้วยดินสอก่อน แล้วทมด้วยอายชาโดว์สีสวย ปัดคิ้้วด้วยมาสคาร่าก็ได้คิ้วครบอยากที่อยากได้ค่ะ ถือว่าสะดวกมากเวลารีบๆหรือไปต่างจังหวัด ขอติดตัวอายชาโดว์ตคิ้วใช้ไปแปปๆละสีไม่ค่อยติดตัวฟองน้ำละ แล้วก็มาสคาร่าคิ้วกลิ่นแรงอะ คือได้กลิ่นลอยออกาจากคิ้วเลย

3.Mistine Visio brow mascara มันคืออีตัวสามตอนเอามาแยกเป็นมาสคาร่าให่ใหญ่แล้วใช่สะดวกขึ้นแหละค่ะ ใช้ปัดขนคิ้วย้อมสีคิ้วได้ดี สีอ่อนหน้าดูหวานขึ้นปัดขนคิ้วได้เรียงเส้นดี แต่กลิ่นแรงเหมือนกันจ้าาาาา เหอๆๆๆ

4.Mistine eye stan color เป็นอายชาโดว์แบบดินสอ เอามาถูๆทาตาได้ มีทั้งแบบสีน้ำตาลและะชมพูกลิตเตอร์ค่ะ ชอบเอามาเขียนขอบตาล่างให้มันดูฟุ้งๆหรือเอาไว้เขียนคิ้วเส้นใหญ่ๆเลยก็ได้ สีชมพูมุกเอามาลงหัวตาให้ดูมีขี้ตาเกาหลีๆได้อยู่ เนื้อดีติดทนนะจ้า

5.Mistine maxi black ของถูกและดีที่ควรมี เส้นเล็กเขียนง่าย ดินสอจับถนัดมือเส้นเล็กคมติดทนนาน ถือว่าดีจริงค่าาา

6.Mistine Supermodel mascara มาสคาร่าสองหัว อันนึงเป็นไฟเบอร์เพิ่มความหนา อีกอันก็มาสคาร่าดำเพิ่มวอลุ่ม ปัดซ้ำปัดทับเอาให้ขนตาหนาแพสสมใจค่ะ และเราว่ามันล้างออกยากไปนิสค่ะ เหมาะกับวันอยากตาฟุ้งพุ่งๆ

7.Mistine I AM Mascara มาสคาร่าตัวนี้ไม่มีขายละคะ เป็นคอลเคชั่นญาญ่า ก็เป็นมาสคาร่าธรรมดาเอาไว้ปัดให้ขนตาดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาไม่ยาวเกินไปเหมาะไว้วันธรรมดาๆค่ะ

8.Mistine Super Black eyelner อายไลเนอร์อีกอันที่ถือว่าเป็นของดีค่ะ ตัวนี้เราชอบว่าMaxi นิดนึงตรงที่หัวปากกามันจะแข๊งกว่าเลยคอนโทรลเส้นได้ง่ายและดูคมว่านิดนุงค่ะ สีดำสนิทสวยดี ชอบๆๆๆๆ

9.Mistine 5brow pencil เขียนคิ้วรุ่นผู้ชาย เริ่ดมากที่สุดชอที่สุด คือมันเหมาะในเช้าวันรีบๆเป็นดินสอหัวตัดสีดำเข้มเลย คือเขียนเส้นที่ปลายคิ้วแล้วใช้ปลายฟองน้ำอีกด้ายเกลี่ยนเข้ามาหัวคิ้วก็ได้คิ้วธรรมชาติสวยไปทั้งวัน อีกอย่างตัวนี้ไว้วาดๆคิ้วใหญ่คมๆแบบสายฝอได้ดีด้วยคร่ะ เริ่ดๆ

มาต่อๆ งานลิป ลิปของมิสทีนนั้นมีเยอะแยะมากๆๆๆๆๆ และขยันออกรุ่นใหม่กันเยอะมาก แต่ก่อนจะมีแต่สีแบบไม่ค่อยอินเเทรนด์เท่าไหร่แต่หลังเค้าก็ออกมาสีแนวนู้ดๆ แนวธรรมชาติมากขึ้น มีหลายราคาและหลายคุณภาพค่ะ

1.Mistine Yes lip tint marker and smoother เป็นลิปทาปาดแบบหัวปากกาเมจิคเลยค่ะ โคตรๆของโคตรติดทนเหมือนหมึกเลยวาดๆให้ทั่วปากแล้วถมให้เต็ม เนื้อมันจะแมทมากจนเค้าให้ลิปมันๆที่ปลายมาลงมาเบลนด์ให้สีดูสมูทและปากเรียบเนียนขึ้นค่ะ เหมาะกับวันที่อยากให้สีปากอยู่ทั้งวันเพราะมันต้องเติมเลยเติมแต่ตัวลิปบาล์มก็พอ แนะนำสีแดงนะคะ ของรุ่นนี้

2.Mistine delicious lip color & gloss ลิปเนื้อแมทกับกลอสไว้ทาทับ เนื้อลิปสีดีค่ะ ทาง่ายแต่ตัวกลอสมันเลื่อมไปนิดนึง แต่สีสวยติดทนด้วย

3.Mistine 4queens multi lip color เออเหมาะเอาไว้ไปพกพาอีกตัวนึง จะเป็นลิปสีแม่สีมาให้อันนึงแล้วเค้ามี สีขาว เอาไว้ให้สีแม่สีอ่อนลง สีดำเอาให้ดูเข้มแล้วก็มีกลอสเล็กๆไว้อันนึง ถือว่าดี แต่สีขาวกับสีดำก็ไม่ได้ทำให้สีมันเปลี่ยนอะไรขนาดนั้นนะคะ แต่ตัวลิปหลักคือดีมาก ติดทนสีสวย

4.Mistine lip me please ลิปแมทเนืื้อดีแต่อย่าซื่อโทนนู้ดของรุ่นนี้เพราะสีปากจะซีดเวอร์ค่ะ ติดไม่ค่อยทนนะ กินน้ำก็หลุดแล้ว

5.Mistine 2blue ลิปในตำนานของมิสทีนสีสวยดีค่ะ มีทั้งโทนสีสันและธรรมชาติ สีสวยติดทนประมาณครึ่งวันกลบสีปากมิดเลย ไม่แมทไม่นุ่มเกินไปกำลังดี ต้องเติมนะคะ แต่ดีอะ4

6.Misinte magnetic ลิปจิ๋วอันเล็กๆน่ารักๆ เหมาะไว้พกพาได้ดีเหมือนกันค่ะ มีหลายสีสวยเลยเอาไว้ทาได้ตลอดทั้งวัน ดีๆ

7.Mistine lovely nude lipgloss เป็นลิปกลอสที่ทำโทนนู้ออกมาก เอาไว้ทาเดี่ยวจะไม่ค่อยออกสีแต่ทาทับลิบโทนสีเดียวกันก็เริ่ดอยู่น้าาา

8.Mistine choux cream lip balm เห้ยยย เป็นตัวถูกและดีที่ไม่มีใครพูดถึงอีกอัน เป็นลิปบาล์มแบบมีสีอย่างดีเลยอะ คือออกสีกำลังดี ไม่มาก มันเหมาะเอาไว้เติมระหว่างวันมาก เพราะทาทับแล้วปากไม่มันวาวแบบกลอสแต่ให้ความฉ่ำกำลังดีและเพิ่มสีให้ลิปที่ลงไว้ก่อนแล้วหลุดออกดีค่ะ ดีมากๆเลยแค่เลือกให้โทนเดียวกันค่ะ หรือจะทาวันธรรมดาไม่แต่งหน้าก็ให้อารมร์ปากสุขภาพดีแบบจับไม่ได้ว่าทำอะไรมา ถือว่าดีเริ่ดๆมาก แนะนำๆ

9.Mistine Stamp me ลิปแมทเนือฟองน้ำเนื้อดีกลิ่นดี ติดทนแต่สีไม่สวยเลยซักกะสีเลยค่ะ นู้ดไปบ้าง ชมพูไปบ้าง หาความพอดีของโทนสีไม่เจองะ

10.Mistine The star ลิปอีกตัวที่ถือเป็นของดีแต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง เป็นลิปเนื้อมอยส์เจอร์เนือฉ่ำสีสวย กลบสีปากมิด ติดทนในระดับนึงไม่แมทจนเกินไปถือว่าดีค่ะ

11. Misinte q10 lip base&color เอาไว้กลบสีปากก่อนเป็นรองพื้นแล้วลงอีกด้านที่สีๆทาทับจะให้สีสวยติดทนไป ตลอด ส่วนตัวชอบลิปรองพื้นเหมาะกลบสีปากและให้สีนู้ดนิดๆได้สวยดีค่ะ สวยลิปสีเฉยๆนะ

Mistine Joops Color rich ลิปแบบทาที่สามารถผสมสีได้ตามต้องการค่ะ เหมาะไว้ใช้งานแฟนซีหรือคนชอบผสมสีๆถ้าใช้เดี่ยวๆเราชอบพวกโทนสีหลักๆนะ ส้ม แดง ชมพู สวยมาก แต่!!!! ควรบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มสุดๆก่อนลงนะคะ เพราะมันแห้งมากกกกกกก แห้งจนหนังปากลอกเลย ต้องให้ปากชุ่มชื่นดีๆก่อนหรือจะลงกลอสหรือบาล์มทับอีกทีก็ได้ เรื่องติดทนไม่ต้องพูดถึงถ้าไม่ลบก็ติดทนถึงชาติหน้าอะคะ

Mistine DNA lip เหมือนเค้าปรับปรุงตัวหลอดข้างมาทำแบบแท่งให้ใช้ง่ายขึ้นและมีลิปท็อปโค้ดมาให้ทับอีกทีกันปากแห้งค่ะ กลบสีปากมิดเวอร์ ตัวลิปคัลเลอร์เนื้อมันเหนี่ยวหนืดไปจริงๆนั้นแหละเลยต้องลงท็อปโค้ดทับ แต่สีสวยติดทน แนะนำสี08สีนู้ดน้ำตาลคือดีย์

อันนี้เป็น พาเลทที่เราถือว่ามันเริ่ดชอบมากๆจากมิสทีนเลยนะคะ คือมันใช้ง่ายพกพาง่ายเหมาะกับเอาไว้เวลารีบแต่งหน้าได้อะ

1.Mistine Professionl Complete palatte เป็นพาเลทที่มีไฮไลท์สีขาวมุก เฉดดิ้งน้ำตาลเทา กับบลัชออนมาให้อีกสีนึงค่ะ บรัชออนสีส้มกับชมพูสวยกำแต่ไม่ค่อยติดทนผสมชิมเมอร์มาด้วย  เฉดดิ้งสีอ่อนมากเลย จิกสีไม่ขึ้นในตอนแรกแต่ถ้าใช้กับแปรงดีๆก็ถือว่าเริ่ดอยู่ เฉดดิ้งมันไม่ออกแดง ออกเทาสร้างเงาให้หน้าได้ดีค่ะ ไฮไลท์สีขาวทองปลื้มสุดๆ เนียนละเอียดมากหน้าพุ่่งเวอร์พอปัด

2.Mistine NY Girls Make up Case เห้ยยยย ทุกคนควรตำอันนี้ เป็นพาเลทแต่งตาที่มีบลัชมาให้ด้วย โทนสีเป็นโทนง่ายๆเข้าใจได้ มีน้ำตาลเบสิคๆ กับโทนชมพูม่วง บลัชก็มีสองสีง่ายๆ ส้มกับชมพู ทุกสีเป็นเนื้อsilk นะคะคือไม่แมทแต่ก็แต่วาวจนเกินไปเป็นเนื้อฝุ่นๆเนียนๆ ทาง่ายเกลี่ยง่าย เบลนด์ง่าย แต่อาจจะติดไม่ทนมาก ปาดๆๆแล้วก็สวยแล้วค่ะ ตัวบลัชก็ปัดๆผสมสีกันก็ได้ เราชอบมากเหมาะกับแต่งหน้าในทุกๆวันหรือจะลงสีเข้มให้ดูเป็นสโมดกี้ก็ได้ ชอบมากๆแบบอยากให้ทุกคนได้ลองเลยอะอันนี้

3.Mistine all you inner lip palette เป็นพาเลทลิปที่มีครบทุกโทนสีจะใช้เดี่ยวหรือเอามาผสมกันก็ได็ มีตัวลิปเบสมาให้ด้วย พกพาไปได้ได้ทุกที เสียดายแปรงที่ให้มาแย่ไปหน่อย

กลุ่มสุดท้ายกับพวกแนวๆจิปาถะ

1.Mistine 3d cream blusher เป็นบรอนเซอร์เนื้อครีมมี่ที่เอามาทาเกลี่ยจะได้ลุคบ่มแดดดีค่ะ

2.Mistine BABY BB cREAM บีบีอีกรุ่นที่เน้นหน้าผ่องหน้าขาว ใครชอบหน้าขาวๆแบบไม่แคร่เวิล์ดขอให้จัดตัวนี้ค่ะ ผ่องขาวได้ใจ เนื้อปดปิดรอยได้ดีด้วยนะคะ แถมติดทนหน้าไม่มันเลย เหมาะกับสายหน้าขาวที่แท้ทรู

3.Mistine bb blooming blink shimmer เป็นแป้งชิมเมอร์หลายๆสี เอาไว้ปัดเป็นไฮไลท์เฉพาะจุดหรือจะปัดเบาๆทั่วหน้าก็ได้ค่ะให้ฟีล finsihing powder อยู่แต่ต้องปัดหนักๆหน่อยนะคะ มันไม่ค่อยติดอแปรงออกมาเท่าไหร่

4.Mistine pore sealer เอาไว้ลงตามใบหน้าเป็นซิลิโคนเอาไว้เป็นเบสคุมันมันได้ดีค่ะ หน้าไม่มันจริงๆ แล้วก็รองพวกพื้นอะไรได้ดีขึ้นหน้าจะเรียบๆและเครื่องสำอางติดทนขึ้นค่ะ

5.Mistine spotlight make up base เบสเขียวที่เอาไว้ลงปรับผิวลดรอยแดงให้ผิวสว่างขึ้นนิดๆ ลงดีๆ เกลี่ยดีๆหน้าก็ผ่องได้จริงแต่เราว่ามันใช้ยากนะ เพราะบางวันก็วอก ผสมกับรองพื้นก็พอลดความวอกได้บ้าง แต่ชอบที่หน้าจะแมทดีค่ะไม่ค่อยมันระหว่างวัน

6.Mistine Minus เป็นบาล์มซิลิโคนอีกอันที่ออกมาก่อนหน้าตัวบนนะคะ   เอาไว้ลงตามทีโซนหรือกลบรูขุมขนใหญ่ๆตามใบหน้า ก็ถือว่าดีนะคะ แต่ต้องทิ้งไว้ซักพัก ไม่งั้นพอลงแป้งต่อแล้วมันจะเป็นคราบค่ะ

7. Mistine beleza8in1 perfect matte cream เราว่าตัวนี้เป็น DUPE -ของบีบีอีทูดี้เลยค่ะ รุ่นแมท กลิ่นจะเป็นแป้งเด็กเหมือนกันด้วย เป็นคล้ายบีบีครีมที่ปกปิดกลายเป็นแป้ง คุมมันหน้าแมทไปตลอดทั้งวันแต่มีสีเดียวไม่เหมาะกับคนผิวสองสีหรือผิวคล้ำ

8.Mistine Miracle perfect leg lotion มันคือโลชั่นผสมรองพื้นมีวิงค์นิดหน่อยไว้ทาแขนขาลำตัวให้สีสมำเสมอเนียนสวยค่ะ ส่วนตัวเราว่าแห้งแล้วมันก็ติดทนดีค่ะ เอาไว้ลงตัวเวลาใส่ชุดราตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Mti Joy Collection

สวัสดีค่ะ วันนี้มาเปิดกรุคอลเลคชั่นจาแบรนด์เครื่องสำอางไทย MTI ที่ทำร่วมกับเซเลบ คุณจอย รินลณี ค่ะ เป็นคอลเลคชั่นที่ ชื่อว่า Joy one for all นะคะ คอนเซปสินค้าคอลเลคชั่นส่วนตัวเราว่าเค้าทำมาให้ใช้ง่ายไม่ซับซ้อนดีค่ะ เริ่มจากที่เค้าทำตัว CC Cream ออกมาก่อนและกระแสตอบรับดี เค้าเลยทำสินค้าออกมาหลายๆตัวนะคะ วันนี้เลยหยิบเอาตัวที่เราคิดว่ามันใช้ง่ายๆมารีวิวกันให้ดูค่ะ

สำหรับคอลเลคชั่น Joy นี้ส่วนตัวเราชอบสินค้าของเค้า คือถ้าให้เราบอกเป็นภาษาบ้านๆก็คือ “ทาๆไปเหอะ” หรือว่าจะ “ปาดๆไปเถอะ” เดี๋ยวก็ออกมาสวย อิอิ สำหรับเรามันเป็นแบบนั้นจริงๆนะคะ คือมันใช้ง่ายแล้วสีก็เหมาะกับผิวคนไทยดีค่ะ

เริ่มกันที่ตัวแรก ตัวท็อปของคอลเลคชั่นนี้ค่ะ

JOY ONE FOR ALL CC CREAM SPF30PA+++

เป็นซีซีครีมที่รวมสารบำรุง ครีมกันแดด และรองพื้นไว้ในหลอดเดียวกันนะคะ เหมาะกับวันไหนที่รีบๆ หรือไม่มีเวลาแต่งหน้าเยอะๆ ก็ทาๆปาดๆตัวนี้ไปค่ะ คุณสมบัติเรื่องรองพื้นถือว่าทำได้ดีค่ะ บางเบาปกปิดได้ดีถ้าหน้าไม่มีปัญหาเยอะ เน้นปรับสีผิวให้กระจ่างใสๆทั่วใบหน้า ซีซี ตัวนี้มี4 โทนสีนะคะ เหมาะกับตั้งแต่สาวผิวขาวไปจนถึงเน้นแทนๆโกลวๆก็ไหวอยู่ค่ะ ตัวนี้จากที่เราลองใช้เองและถามๆเพื่อน หรือช่างแต่งหน้าที่ใช้ พบว่าบางผิวหน้าก็คุมมันดีมากๆ บางผิวก็ให้ลุดฉ่ำๆ ก็งงเหมือนกันว่า เอ๊ะ เทอจะเอายังไง แต่โดยรวมแล้วก็ผิวเรียบเนียนสวยดีมากๆค่ะ ที่เราชอบคือมันติดทนตลอดทั้งวันและสีไม่ดรอปดีนะคะ ถือว่าเป็นตัวช่วยในช่วงเวลาเร่งรีบได้เลย ในเรื่องของการบำรุงก็รู้สึกว่าให้ความชุ่มชื่นดีค่ะ กันแดดโอเคในระดับนึงหน้าไม่หมอง ซีซีครีมตัวนี้ ถ้ามีเวลาเกลี่ยและกดแนะนำให้ลองทำดูนะคะ ตัวซีซีจะเนียบแนบไปผิวเลย เหมือนผิวดีมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ระวังเรื่องโทนสี เพราะแต่ละโทนของเค้าก็กระโดดข้ามความต่างไปเยอะเหมือนกันต้องลองกันดีๆนะคะ ถ่ายรูปออกมาผิวขึ้นกล้องอยู่ค่ะตัวนี้

JOY ONE FOR All CC FOUNDATION CAKE

ปรับจากตัวเนื่อรองพื้นแบบครีมหลอดมาเป็น แป้งผสมรองพื้นเนื้อบางเบาค่ะ เราว่าตัวนี้ฟีลคนละแบบกับรองพื้นครีม ให้การปกปิดได้ดี เนื้อบางเบาออกจะร่วนๆไปนิดนึง ถ้าผิวดีไม่มีรอบอะไรเยอะ หรืออยากแต่งหน้าวันเบาๆ ก็ทาๆไปเถอะคะ ผิวสวย ไม่ต้องลงรองพื้นก่อนก็ได้ ใช้ลงหลังกันแดดก็ปาดๆแป้งตัวนี้ได้ รับรองผิวสวย ตัวนี้ที่เราชอบคือมันคุมมันดีมากๆค่ะ ก็ระหว่างวันหน้าไม่เยิ้มเลย แล้วหน้าก็ไม่ได้ดูแมทแห้งน่ากลัว ผิวสวยกำลังดี ถ้าวันไหนอนอยากหน้าเป๊ะๆก็ลงซีซีเบาๆทั่วใบหน้าแล้วลงแป้งตัวนี้ด้วยแปรงปกปิดไปอีกชันนึง หน้าจะสวยทนไปตลอดทั้งวันค่ะ

มาดูอายชาโดว์กัน Joy Eyeshadow Palette

เป็นพาเลทที่รวมสีเบสิคง่ายๆมาให้แล้วครบนะคะ ทุกคน ทุกสีผิวใช้แล้วรอดปลอดภัยแน่นอน จะใช้หลายๆสี หรือจะใช้สีเดียวทาๆไปให้ทั่วแบบไม่ต้องมีทักษะมากก็ได้นะคะ มีทั้งเนื้อวิงค์และแมทค่ะ วิงค์สีสวยแต่เม็ดใหญ่อาจจะมีร่วงได้นะให้ระวังดีๆ ตัววิงค์สีขาวกับสีทองสีบนสุด สีสวยมากๆๆ เหมาะเอาไว้ลงโหนกคิ้วหรือหัวตานะคะ สีสวยชอบๆมากๆ สองสีวิงค์ตรงกลางก็เอาไว้สำหรับวันขี้เกียจที่ปาดๆไปเลย ทั่วเปลือกตา ตาก็จะเด่นเด้งออกมาเองค่ะ สีดูสุภาพและไม่วิงด์เกินจนทำให้ตาดูบวมน่ากลัว สองสีล่าง เป็นสีแมท ที่เอาไว้คัดเบ้า และสามารถเอาไปเป็นเส้นอายไลเนอร์หรือเขียวคิ้วก็ได้นะคะ จะได้สีคิ้วที่ฟุ้งๆสวยดีค่ะ เราชอบพาเลททาตาอันนี้มากๆ เพราะมันพกง่าย แต่งได้ง่ายๆ หลายแนวๆ ในโทนสีุภาพค่ะ แถมเอาไว้ทำอย่างอื่นได้ด้วยทั้งเขียนคิ้วหรือเอามาปัดเป็นไฮไลท์ก็ได้ ก็งามอยู่นะ

Joy PH Match Maker Cheek Color

เป็นบลัชออนปัดแก้มที่ก็รีวิวได้ว่า ปัดๆไปเหอะๆ อีกอันค่ะ เพราะมันรวมโทนสีชมพูและส้มมาให้แล้ว ตัวโปรดักซ์เค้าจะเคลมว่ามันจะปรับสีไปตาม PH บนใบหน้าเราค่ะ เพราะฉะนั้นแต่ละคนออกออกมาไม่เหมือนกันแต่มันจะพอดีกันกับใบหน้าค่ะ ชอบๆมากๆ คือเหมาะกับวันรีบๆอีกที่นึกไม่ออกจะปัดแก้มสีอะไร ก็ปัดตัวนี้ไปค่ะ สีที่ออกมามันก็คือพวงแก้มที่สดใสดูมีสุขภาพดีเลือดฝาดค่ะ บลัชตัวนี้มีวิงค์นะคะ เพราะฉะนั้นอาจะให้ระวังนิดนึงแต่ก็วิงค์ไม่มากเท่าไหร่ เป็นอีกนึงตัวที่ชอบในวันที่ขี้เกียจๆ ตัวบลัชติดทนธรรมดาค่ะ ระหว่างวันอาจจะต้องมีเติม แปรงที่ให้มาในตลับแข๊งทิ่มผิวไปนิดนึง ให้ใช้แปรงอื่นๆน่าจะเบากว่าค่ะ

หน้า ตา แก้ม ไปแล้ว อันสุดท้ายก็ปากค่ะ

Joy Stick

ลิปแท่งที่แพคเกจทำออกมายาวมากเกินกว่าตัวลิป 555 เนื้อลิปครีมเข้มข้นกลบสีปากได้เนียนดีค่ะ ไม่แมท ไม่กลอสจนเกินไป เนื้อนุ่มกำลังดี ติดทนไม่ถึงวัน มีหลุดบ้างต้องคอยเติมค่ะ มีหลายสีให้เลือกแต่เราแนะนำโทนสีนู้ดของเค้านะคะ เหมือนพอแต่งกับอายชาโดว์และปัดแก้มกับแบรนด์เดียวกันแล้วสีทีมันออกมาในโททอลลุคมันดูละมุนกลืนกันไปหมดเลย สวยดีค่ะ

 

หมดแล้วค่าสำหรับเมคอัพคอลเลคชั่นจอยค่ะ ชอบมาก ตัวสินค้าใช้ง่ายและคุณภาพดี สีสวยใช้ได้ในหลายๆงานค่ะ

 

เปิดถุงช้อปของนู้ดๆกับ NYX Professional Make Up

ห่างหายกันไปนานเลยยยย ขอมาเปิดถุงช้อป เมคอัพแบรนด์มะกันจ๋าอย่าง NYX Professional Makeup Thailand กันนะคะ แบรนด์นี้ถือว่าเป็นเมคอัพคุณภาพดีราคาเข้าถึงได้และมีไอเทมที่เจ๋งๆหลายตัวอยู่ค่ะ ที่สอยมาจะเป็นหลายๆตัวที่เค้าว่าดีกัน

สอยหลายๆตัวมาทั้งงานเบส รองพื้น ตา ปาก และพาเลทค่ะ

Nyx Love Contours All Palette ราคา 725 บาท เป็นพาเลทที่เราชอบมากเลย มันเคยฮิตจนหมดไปอยู่ช่วงนึงและกลับมาค่ะ เป็นพาเลทโทนสีนู้ดที่รวมเอา อายชาโดว์ ไฮไลต์ คอนทัวร์ และเขียนคิ้วไว้ด้วยกัน สวยครบจบในพาเล็ตเดียวเลยค่ะตัวนี้ เม็ดสีดีเนียนสวย แต่มีร่วงๆบ้างนิดหน่อย ติดทนนานเกือบทั้งวันได้โดยไม่ต้องใช้อายไพรเมอร์นะคะ ตัวอายชาโดว์มีทั้งเนื้อชิมเมอร์และเนื้อแมทเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ตัวไฮไลท์กับคอนทัวร์ก็มีทั้งแบบวาวและด้านเหมือนกัน ตัวคอนทัวร์เราว่ามันติดแทนไปนิดแต่พอกมาใช้กับรองพื้นแบรนด์เดียวกันที่มีความเหลืองเยอะก็ออกมาโอเคอยู่ค่ะ ตัวไฮไลท์วาวเสียวมากโดยเฉพาะสีทองนวลสวยดีค่ะ เขียนคิ้วฝุ่นก็ดีงาม ตัวอายชาโดว์จะสีสัดเหมือนถาดมากไม่ผิดเพี้ยน พาเลทนี้เหมาะกับทุกคนค่ะเพราะโทนสีเซฟแนวน้ำตาลนู้ดเหมาะกับทุกสีผิว แต่ถ้าแต่งหน้าแนวอ่อนๆเราว่าไม่เหมาะ เหมาะกับแบบจัดเต็มหรือเพิ่มความเข้มขึ้นมาอีกนิดนึงจะโอเคกว่าค่ะ 

NYX Lid Lingerie Shadow Palette ราคา 355 บาท เป็นพาเลทอายชาโดว์อีกอันที่ติดอันดับขายดีของแบรนด์ค่ะ ตัวนี้เป็นเนื้อแมทโทนนู้ดหมดเลย ใช้ได้สารพัดประโยชน์มากๆ ทั้งเขียนคิ้ว แต่งตา หรือเอามาคอนทัวร์เฉดจมูกหรือหน้าก็ได้ค่ะ เม็ดสีแน่นติดทนชอบมากๆ ใช้ได้ในทุกๆวัน ทั้งแต่งเบาหรือจัดหนักจักเต็มก็เอาอยู่ค่ะพาเลทนี้ ถือว่าแบบเป็นพาเลทที่ถูกและดีมากๆของแบรนด์นี้ ใครอยากเริ่มใช้แบรนด์นี้คือควรตำอันนี่จ๊ะ

NYX Makeup Cosmic Metals Shadow Palette ราคา 355 บาท มีพาเลทแบบเนื้อแมทหมดอาจจะดูน่าเบื่อไป เลยจัดตัวนี้ที่เป็นเนื้อวาววิงค์ทั้งหมด ซึ่งวิงค์แต่ละสีสวยมากๆค่ะ ครบทุกโทน สามารถใช้ปรับกับเนื้อแมทที่มี่อยู่หรือทาเดี่ยวๆสีเดียวก็เงาสวยมาก ช่วยให้ดวงตาดูสวยๆเด่นขึ้นมาได้เลย เราใช้สีเดียวทาๆเกลี่ยๆทั้วเปลือกตาแล้วกรีดอายไลเนอร์ปัดขนตา จบทีเดียวเลยค่ะ ตาจะดูสวยเปล่งประกายได้ตลอดทั้งวัน
เม็ดสีดีมากกก ติดทนทนกลิตเตอร์ไม่ใหญ่ไปกำลังดีมากๆ ค่ะ เป็นอีกตัวที่ควรมีนะ

Nyx Angel Veil Skin Perfecting Primer ราคา 795บาท
มาถึงงานเบสกันบ้าง จริงแบรนด์ nyx เค้าจะมีไพรเมอร์หลายตัวมากๆ เลือกไม่ถูก555 แต่บีเอเค้าแนะนำตัวนี้ให้ค่ะ เค้าบอกว่าตัวนี้เป็นไพรเมอร์ที่ช่วยในหลายๆเรื่อง ทั้งปรับผิวให้เรียบเนียน ผิวดูสว่างขึ้นไม่โทรม ควบคุมความันได้และช่วยให้เมคอัพติดทน เราเลยจัดมาค่ะ เป็นเนื้อครีมสีขาวทาแล้วจะกลืนหายไปทำให้หน้าดูผ่องๆขึ้นดีค่ะ แล้วก็คุมมันได้ดีจริงๆด้วย สีผิวดูสม่ำเสมอทั่วกันทั้งหน้า ที่สำคัญคือมันให้เมคอัพรองพื้นไม่หลุดเลยค่ะทั้งวัน ดีมากๆสำหรับไพรเมอร์ตัวนี้

NYX Total Control Drop Foundation สี 08 495 บาท รองพื้นตัวดังอีกของแบรนด์นี้ค่ะ จริงแล้วขวดเล็กนิดเดียว แต่จิ๋วแต่แจ๋วนะคะ ใช้หยดนิดเดียวเกลี่ยได้ทั่วหน้าดีเลยค่ะ เม็ดสีเค้าแน่นมาก ปกปิดได้ตั้งแต่แบบบางๆหรือจะลงเน้นย้ำเพื่อปกปิดแบบfull coverage ก็ได้ค่ะ คุมมันมั้ย ไม่นะ เราว่ามันแค่ไม่ทำให้หน้ามันขึ้นค่ะระหว่างวันอาจจะต้องซับบ้าง แต่สีสวยโทนเหลืองทาแล้วหน้าจะดูผ่องไปทั้งวันเลยค่ะ ชอบมากๆตัวนี้

ปิดท้ายด้วยลิป2รุ่นฮิตของเค้านะคะ soft matte โทนสีสวยกลิ่นหอมมาก แต่เสียดายติดไม่ทนเลยค่ะ เหมาะกับทาวันเบาๆ ถ้าอยากจัดหนักรุ่น lingerie ที่ขอบอกว่าติดทนเวอร์แต่กลิ่นไม่โอเคเลยค่ะ โทนสีนู้ดเลือกยากไปหน่อยเพราะมันเหมือนๆกันไปหมดสำหรับเรา555

 

 

MTI. แบรนด์ไทยแบรนด์นี้ มีดีกว่าที่คุณคิด

(คำเตือน : กระทู้นี้เขียนยาวไปนิดหน่อย ยังไงก็ติดตามอ่านกันนะคะ) สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับ Slater อีกแล้วนะคะ รอบนี้จะมาเปิดกรุ รีวิวเมคอัพสัญชาติไทยที่หลายๆคนคุ้นเคย หรืออาจจะไม่คุ้นหรืออาจจะได้เคยได้ยินชื่อมาบ้างนะคะ กับแบรนด์ MTI. (MakeUp Technique International) ค่ะ ถ้าใครที่วัยกลางคนแล้วอาจจะเคยได้ยิมหรือคุ้นๆมาบ้างนะคะ ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของโรงเรียนสอนแต่งหน้ากับเห็นในสปอนเซอร์แต่งหน้าให้กับละครหลายๆเรื่องๆในสมัยก่อน ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ค่ะ 

โดยเราก็ได้มีโอกาสได้ไปสมัครเรียนแต่งหน้ากับสถาบันการแต่งหน้า MTI มานะคะ โดยเค้าจะมีหลากหลักสูตรมากมาย โดยเริ่มจากหลักสูตรพื้นฐาน ที่จะสอนตั้งแต่พื้นฐานการบำรุงดูแลผิว แต่งหน้าพื้นฐาน รับปริญญาและเจ้าสาวค่ะ กับหลักสูตรถัดมา คือหลักสูตรแบบAdvance ที่เพิ่มเทคนิคการแต่งหน้าสำหรับการแสดง โฆษณา แฟนซีหรือแต่งตามวัฒนธรรมต่างๆเข้ามาซึางสนุกๆมากๆค่ะ ยังไงสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี้นะคะ https://www.mti.co.th/school/

และเนื่องจากการเรียนแต่งหน้ากับสถาบันMTI นี้ทำให้เราได้ใช้เครื่องสำอางของแบรนด์MTI หลายๆตัวค่ะ เรียกกว่าเกือบจะครบเลยก็ได้ ทำให้เรามีความรู้สึกว่า เฮ้ย! เครื่องสำอางแบรนด์นี้มันก็โอเคอยู่นะ มีคุณภาพและสามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆแบบ คือเรียกว่าเป็นเครื่องสำอางสำหรับคนที่เป็นช่างแต่งหน้าหรือมีความรู้เรื่องเทคนิคการแต่งหน้าจริงๆค่ะ

เราก็เลยอยากมาแชร์ มารีวิวสินค้าตัวเด็ดๆของแบรนด์นี้มาให้เพื่อนกันค่ะ

MTI SURIYA PALETTE

เป็นพาเลทแต่งหน้าขั้นพื้นฐานที่มีทั้งหมด ครบ ทั้งหน้า ตา แก้ม ปาก นะคะ เป็นพาเลทที่ได้รับมาตอนที่สมัครเรียนคอร์สแต่งหน้าพื้นฐานคอร์แรกค่ะ เหมาะสำหรับการฝึกแต่งหน้ามากๆ เพราะอย่างที่เห็นเลยว่า จะมีทั้งพาเลท ของ Corrector ปรับสีผิว(ริมขวา) HighLight -Shading  คอนซีลเลอร์ปิดรอยดำรอยแดง รองพื้นเนื้อครีม(ตรงกลางข้างล่าง)ที่มีทั้งอันเดอร์โทนเหลือง และชมพูไล่เรียงกันไปตั้งสีขาวไปถึงสีเข้ม เป็นเนื้อครีมหมดนะคะ เพราะพื้นฐานคือการฝึกเราในการเกลี่ย การเบลน เบส รองพื้นให้เค้ากับใบหน้าค่ะ ตอนแรกๆที่ใช้นี้ไม่สามารถฝึกกะการทาได้ หนาไปบ้างก็มีค่ะ แต่พอเร่ิ่มชำนาญแล้วไปใช้รองพื้นแบบน้ำหรือแป้งจะง่ายๆไปเลยค่ะ ในส่วนของสีทาตาอายชาโดว์นั้น ก็จะเป็นสีน้ำตาลพื้นฐานสำหรับฝึกไล่แสงเงาในการแต่งตาที่ต้องไล่สีเข้มกลางอ่อน และถ้าอายชาโดว์แบบเป็นสีสันก็จะเป็นสีแบบสีแม่สีที่ชัดเจนค่ะ เขียวก็คือเขียว น้ำเงินก็คือน้ำเงิน ฟ้า ทอง เงิน แบบชัดเจน ทั้งนี้เพราะให้เราฝึกการเบลนเกลี่ยสีค่ะ สีปัดแก้มก็เช่นกัน ชมพู แดง ชัดเจน ส่วนพวกที่เป็นงานเส้น แบบอายไลเนอร์ หรือคิ้ว เค้าก็จะมีอีกพาเลทนึง(ริมซ้าย)ทีเรียกว่าเค้กไลเนอร์ ที่สามารถทาเดียวหรือใช้พู่กันชุบน้ำปาดแล้วมาใช้กับงานเส้นได้ค่ะ เช่นวาดเส้นอายไลเนอร์ ที่ยากมากๆเพราะเราชินกับการใช้อายไลเนอร์ง่ายๆแบบปากกา หรือจะใช้วาดเส้นคิ้วที่คมๆ ก็สามารถใช้ในส่วนของเค้กไลเนอร์วาดได้ค่ะ

พาเลทนี้เรื่องเม็ดสีและความทนทานขอบอกว่าติดทนทานมากๆ ทั้งตัวรองพื้นเองที่ปกปิดแบบFullCoverage ได้ (จริงๆลงเบาๆบางๆก็ได้ค่ะอย่างที่บอกว่าเค้าให้เราฝึกเกลี่ย ถ้าเราชำนาญเราก็สามารถกำหนดความบางหนาได้หมด) อายชาโดว์สีชัดสวย แก้มชมพู่แดงได้ดั่งใจ มีความติดทนค่อยข้างดีค่ะ ถือเป็นพาเลทแต่งหน้าที่แบบพื้นฐานมากๆ แต่ก็ครบจบขั้นตอน สามารถแต่งหน้าให้สวยสมบูรณ์แบบได้เลยค่ะ

มาเริ่มเจาะทีละตัวกันเลยดีกว่าว่ามีตัวไหนเด็ดตัวไหนดีๆค่ะ

MTI SIGN COLLECTION MICROBASE

รองพื้นเนื้อครีมแบบตัวตลับข้างบนค่ะ แต่อันนี้เป็นแบบแยกออกมาแต่ละสีมีหลายสีให้เลือกมากๆ ครบหลายสีผิว มีทั้ง Corrector สีแซลมอนที่ช่วยปรับสีผิวพวกรอยดำ รอยดำคล้ำใต้ดา ให้ดูดีขึ้น มีConcealerที่ปกปิดพวกรอยแดง รอยสิว ข้อบกพร่องต่างๆของผิวค่ะ และก็มี ในส่วนของ Highlight สีขาวเลยที่ลงในตำแหน่งHighlight หน้าก็จะดูโดดเด้งขึ้นมา และ  Shading ที่เป็นสีน้ำตาลอมแดงๆเทาๆ ที่ช่วยให้ทำการContour นั้นชัดเจน ลบเหนียงลบโหนก ลดบวมบานห้อยย้อย หรือส่วนที่เราต้องการลดของใบหน้าได้ค่ะ นอกจะนี้ก็จะยังมีเป็นรองพื้นตามโทนสีต่างๆค่ะ ระดับการปกปิดนั้น Full Coverageค่ะ แต่ก็สามารถบิวท์เลเยอร์ได้ ติดทนทานนานข้ามวันข้ามเดือนกันเลย

MTI SIGN COLLECTON HD FOUNDATION

เป็นรองพื้นแบบครีมเหลวๆ เราชอบตัวนี้ค่ะ คือเค้าเคลมว่ามันเหมาะกับกล้องแบบ HD เลยเพราะมันจะมีอณูเล็กที่ช่วยกระจายแสงให้หน้าดูเนียนสวยเวลามองผ่านกล้องนะคะ สำหรับเราว่ามันดีตรงที่มันเป็นรองพื้นที่มันมีเม็ดสีเข้มเข้นมากๆ เกลี่ยนิดเดียวก็ทั่วหน้าและปกปิดผิวหรือข้อบกพร่องได้ดีโดยที่ดูไม่หนาเลยค่ะ ติดทนทานมากๆ คือตัวนี้เราอยากให้หลายๆคนได้ลอง มันเป็นรองพื้นที่ดีและราคาไม่แพง แต่ไม่ค่อยมีใครได้ลอง อาจจะเพราะว่าหาซื้อยากรึป่าวไม่แน่ใจแต่มันดีมากๆค่ะ คือแต่งออกมาแล้วผิวดูสวยเนียนทั้งในกล้องแบบที่เค้าเคลมไว้จริงแต่ผิวธรรมชาติปกติก็สวยนะคะ สีไม่ดรอปเลยระหว่าง มี4สีนะคะ จะออกโทนกลางๆด้วยไม่อมเหลืองหรือชมพูจนเกินไปค่ะ

 

MTI JOY ONE FOR ALL CC CREAM

ตัวบนว่าเด็ดแล้ว มาเจอตัวนี้ค่ะ ถือว่าเป็นตัวTOPของแบรนด์นี้เลย คอลเลคชั่นนี้ เป็นคอลเลคชั่นที่ทำร่วมกับคุณจอย รินลณีึค่ะ ตัวบนมันอาจจะเป็นแค่รองพื้นอย่างเดียว แต่ตัวนี้คือรวมหมดทั้งครีมบำรุงผิว กันแดด และCC CREAM ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูเนียนๆไบร์ทๆ ได้ดีมากๆค่ะ ตัวนี้ลงทั่วใบหน้าเหมาะกับการแต่งหน้าแนวธรรมชาติ แบบเผยผิวให้มีความรู้สึกว่าผิวดีมาตั้งแต่แรก ปกปิดได้ในระดับดี สามารถเพิ่มเลเยอร์เพื่อปกปิดได้ ตัวนี้จะเน้นเบาๆใสๆค่ะ ติดทนทานนานดีมากๆ ระหว่างวันมีซับๆเติมๆบ้างแต่ไม่หายไปนะคะ ใครที่อยากแต่งหน้าแบบลุคแบบผิวดูดี แนะนำตัวนี้เลยค่ะ

MTI SIGN COLLECTION BODY FOUNDATION 

รองพื้นใบหน้าไปก็เยอะแล้ว มาที่รองพื้นแบบทาทั่วตัวทั่วร่างกายกันบ้างนะคะ มีสามสี ผสมมาผสมกันให้เข้ากับสีผิวเรามากทื่สุดค่ะ บางครั้งในการแต่งหน้าให้สมบูรณ์แบบ การลงตัวให้สีตัวและสีหน้าให้ดูไปไนทิศทางเดียวกันถิือเป็นเรื่องสำคัญมากๆนะคะ ความปกปิดของรองพื้นตัวนี้ไม่ต้องพูดถึง ปกปิดดีกว่าใครที่มีรอยสัก ก็สามารถลงได้ให้ปิดรอยสักหมดค่ะ ทาง่ายนะคะ เนื่อมันจะเหลวๆดูเป็นฟิล์มๆหน่อยค่อยๆเกลี่ยๆพอแห้งแล้วมันจะเซทตัวกับผิวสวยมาก เนียนสวยยิ่งถ้าขึ้นเวทีสะท้อนกับแสงไฟ ผิวก็จะดูสวยไปอีก ติดทนนานๆมากคือถ้าจะล้างก็ต้องขัดออกกันแบบฟูลสตรีมกันเลยทีเดียวค่ะ ตัวนี้ถ้าเรารอมันแห้งเซทตัวแล้วลงแป้งฝุ่นๆบาง มันจะแห้งสนิทไปกับผิวโดยที่ไม่เลอะเทอะเสื้อผ้าเลยน้า ใช้ทาตัวอย่างเดียวไม่พอสามารถเอามาใช้ทาหน้าก็ได้นะคะ จะได้ฟีลลิงแมทแต่ไม่หนักหน้าเลยค่ะ หรือถ้าใครกลัวว่ามันจะหนาไปก็เอาผสมกับโลชั่นทาตัวให้มันเบาบางลงแล้วค่อยทาก็ได้นะ ก็จะฟีลลิ่งอีกแบบนึงค่ะ

หมดในส่วนของรองพื้นหรือเบสเมคอัพแล้วเรามาต่อกันในส่วนของแป้ง แป้งฝุ่นกันบ้างดีกว่า

MTI SIGN COLLECTION CORNSILK CAKE 

แป้งข้าวโพด (ไม่ได้เอาไว้ทำครัวนะ อิอิ)รุ่นนี้เป็นรุ่นดั่งเดิมของแบรนด์นี้ มีนานมากกก ก็ยังคงผลิตมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ เป็นแป้งผสมรองพื้นที่ให้ความเนียน!แน่น! กันน้ำกันเหงื่อ!แบบสุดๆ มี4สีให้เลือกตามผิวคนไทยนะคะ แต่ถ้าใครผิวขาวๆมากอาจจะต้องลองรุ่นอื่นแทนนะคะ เนื้อแป้งเนียนละเอียดสามารถเติมได้โดยไม่เป็นคราบค่ะ จะใช้แปรงปัดก็จะฟีลเบาๆหรือจะลงแบบหนักๆโดยใช้ฟองน้ำก็ได้ โดยรวมๆแล้วมันทำให้หน้าเนียนค่ะ คือไม่ขาวขึ้น ไม่ดรอปลง สีแป้งดูเรียบเนียนไปผิวหน้าของเราเลย ดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ

MTI SIGN COLLECTION LOOSE POWDER, HD LOOSE POWDER, PANCAKE

ในส่วนของแป้งฝุ่นนั้นคิดว่าไม่มีอะไรหวือหวาค่ะเป็นแป้งฝุ่นธรรมดาที่ไว้เซทรองพื้น หรือทัชอัพผิวหน้าระหว่างวัน ดูดซับความมันได้ดี ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยนค่ะ เค้าจะมีสีโปร่งแสงกับสีธรรมดา จริงรุ่นตัวสีโปร่งแสงดีกว่าเราว่า เพราะมันใช้กับรองพื้นได้ทุกสีเลย แต่ๆๆๆ ตัวนี่้เนื้อมันจะหนักกว่าแป้งฝุ่นธรรมดาไปนิดๆนะคะ ปัดเบาๆได้

ส่วนตัว แป้งแพนเค้กหรือแป้งอัดแข็ง เราชอบมาก เค้าอัดเนื้อแป้งมาเข้มข้นมากๆ คือถ้าจะปัดเบาๆก็ใช้แปรงปัดได้ ถ้าจะเอาแบบปกปิดก็ใช้พัฟชุบน้ำหรือไม่ชุบน้ำก็ได้ค่ะ ตัวนี้เบาสบายไม่หนักหน้าเหมือนแป้งฝุ่นตัวบนเลย แต่ก็ไม่ได้ปกปิดอะไรขนาดนั้นนะคะ แป้งแพนเค้กเวลาที่เรียน เค้าจะเอาไว้คอยเก็บรายละเอียดของหน้าอีกทีค่ะ ว่ารองพื้นเบาไปรึป่าวก็เติมลงไป หรือปัดแก้มเข้มไปก็ใช้ตัวนี้ลงเพื่อเบาสีแก้มลงค่ะ

MTI SIGN COLLECTION PANCAKE สี ขาว กับ สี น้ำตาล

ขอบอกว่าเลยเป็น2ชิ้นที่ควรมีของแบรนด์นี้ค่ะ ง่ายๆเลยมันคือแป้ง อย่างที่เห็นสีคือขาวเอาไว้ไฮไลท์ สีน้ำตาลเอาไว้เฉดดิ้งคอนทัวร์หน้าจะพุ่งจะเรียวแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักมือที่ฟาดค่ะ ที่ชอบคือมันให้สีแต่ไม่ได้ให้ประกายเลยเหมาะกับการทำให้โครงหน้ามันดูชัดๆแล้วก็ปัดเยอะไม่ทำให้หน้ามันด้วย เราชอบใช้แป้งสองสีนี้กับเทคนิคหน้าพุ่งแบบสาย ฝ คะหน้าพุ่งมากกกคือลงแล้วแล้วปัดแป้งฝุ่นทับอีกทีจะได้โครงหน้าที่ชัดมากกกกก แล้วค่อยลงแป้งแบบประกายอีกทีคะเริดแจ่มมากแป้งสองตัวนี้ช่างแตงหน้าใช้กันเยอะนะคะสีขาวก็คือสีขาวส่วนสีเฉดดิ้งจะเป็นน้ำตาลอมแดงๆเทาๆไปนิดค่ะ

MTI SIGN COLLECTION BRONZE POWDER

แป้งอัดแข๊งอีกตัว แต่รุ่นนี้เป็นแบบมีประกายแบบจัดเต็มค่ะ ตัวบรอนเซอร์เป็นประกายสีทองกับสีเงินสวยมากๆ หน้าจะโกลวแทนๆอิ่มแดดสมใจ  สีชมพูจะเป็นประกายเงินๆหน่อย เอาไว้ปัดเป็นไฮไลท์หรือทับสีแก้มที่บางทีสีบลัชจะแมทเกินไปทำให้หน้าดูทึบๆ ก็ปัดตัวนี้ทับ หรือลงเบาๆทั่วหน้าได้ค่ะหน้าจะดูไบรท์ขึ้นมาเลย สีทอง เราชอบมากที่สุดในทุกสี เพราะมันให้ประกายทองที่เป็นสีทองจริงๆ สวยๆมากๆ เหมาะกับสาวผิวเหลืองหรือผิวเข้มๆปัดตามจุดไฮไลท์แล้วจะสวยมากๆ

MTI METEOR FOUNDATION CAKE N4

เป็นแป้งผสมรองพื้นรุ่นที่เค้าทำมาเพื่อผู้ชายค่ะ แต่นิยมเอาทำคอนทัวร์เฉดดิ้งซึ่งให้สีเป็นธรรมชาติมากๆ แก้ไขโครงสร้างใบหน้าได้เป็นอย่างดี หรือสำหรับใครที่เจอลูกค้าผิวสีเข้มๆ หรือผู้ชายไทย ก็ใช้ได้ เนื้อแป้งไม่หนามาก ติดทน คุมมันได้ดีค่ะ

 

MTI JOY ONE FOR ALL CC FOUNDATION CAKE 

เหมือนตัว cc cream แบบหลอด แต่อันนี้เป็นแบบแป้งผสมรองพื้นแทน ชอบตัวนี้เหมือนกันเพราะทาเดี่ยวๆจะพัฟปาดหรือแปรงปาดจะให้ฟีลที่ปกปิดแต่บางเบาดีค่ะ หน้าจะดูไบรท์ๆผ่องๆขึ้นมา ติดทนทานตลอดวันนะตัวนี้ ชอบตรงนี้ไม่ค่อยหลุด ต่อให้ทำกิจกรรมหนักๆหรืองานแต่งหน้าแบบกลางวันกลางแจ้ง ตัวนี้ไม่เป็นคราบด้วยค่ะ

มาถึงในส่วนของการแต่งตากันนะคะ

MTI SIGN COLLECTION EYE SHADOW PALETTE

อายชาโดว์เนื้อฝุ่น สีส่วนใหญ่จะเป็นสีแมทนะคะ มีประกายมาใส่มาให้เล็กน้อย ตัวพาเลทสีน้ำตาลเบสิคนั้น เราบอกเลยว่าใครอยากลองเล่นแบรนด์นี้ก็ลองอายชาโดว์ตัวนี้ได้คะ เป็นพาเลทที่ทุกคนควรมี ผิวสีไหน โทนไหน ก็สามารถแต่งตากับพาเลทนี้ได้ ปริมาณเยอะมาก เม็ดสีติดทน สีชัดในระดับนึงเลย โทนน้ำตาลมีทั้งสีเปลือกตา สีคัดเบ้า เขียนคิ้ว อินเนอร์ไลเนอร์ได้ครบหมด แต่ติดตรงที่สีดำยังไม่ดำสะใจเราเท่าไหร่ ตัวเนื้อประกายจะเป็นประกายทองเหลือบสวยดีึค่ะ พาเลทนี้แต่งหน้าได้ทุกแบบเราพูดเลย ตั้งแต่แนวธรรมชาติ ไปจนถึงสโมกกี้อาย ฟาดหนักๆก็ยังไหว ส่วนพาเลทที่เป็นสีสันก็จะสีแบบแม่สี ที่ฟ้าก็ฟ้า เขียวก็เขียวซึ่งเหมาะกับการแต่งตาแบบ colorful ที่เน้นสีแบบจัดจ้านดีค่ะ

MTI SIGN COLLECTON CAKE LINER 

ตัวนี้ก็ควรมีค่ะ มันคือแป้งอัดแข็งที่ใช้พู่กันชุบน้ำ ทำเป็นอายไลเนอร์ เขีียวคิ้ว หรือแรเงา ทาเป็นอายชาโดว์ก็ได้หมด ด้วยความที่มันมีเม็ดสีที่เข้มข้นมากๆ เอามาเขียนเป็นอินเนอร์ไลเนอร์จะมีความสวยฟุ่งมากๆค่ะ ติดทนทานนานข้ามปี เป็นไอเทมที่เอาไว้เก็บรายละเอียดพวกงานเส้น หรือเงาต่างๆ เวลาแต่งให้ดูมีความชัดและคมมากขึ้นค่ะ จริงๆมีอีกสีเป็นสีขาวก็เอามาทำไฮไลท์หัวตาได้ด้วยเหมือนกัน ถือว่าสารพัดประโยชน์มากๆค่ะตัวนี้

MTI SIGN COLLECTION  EYEBROW MASCARA

เป็นมาสคาร่าที่เอาไว้ย้อมคิ้ว ปรับสีคิ้วให้อ่อนลง เหมาะกับพวกงานเจ้าสาว เพราะจะทำให้หน้าเราดูหวานแบ้วขึ้นค่ะ หรือเอาไว้ปรับสีคิ้วให้เข้ากับสีผมของเราในตอนนั้น สำหรับใครที่ทำสีผมนะคะ ตัวนี้พยายามไม่ใช้เยอะ เพราะมันจะติดขนและแข๊งเป็นก่อน แต่ถ้าใช้พอดีๆ ปัดสวนขนคิ้วก่อนเพื่อย้อมสีหลังจากนั้นก็ปัดไปทางเดียวกับคิ้วเพื่อให้คิ้วได้รูปค่ะ พอแห้งแล้วมันจะติดทนมากๆ ไม่หลุดเลยค่ะ ที่ย้อมคิ้วอันนี้

MTI SIGN COLLECTION BLUSH PALETTE

พาเลทปัดแก้ม เรื่องเม็ดสีและความติดทนไม่ต้องพูดถึง ให้สีชัดมาก สีทีตลับเป็นยังไงปัดออกมาก็เป็นแบบนั้น ที่เป็นสีเข้มๆโทนหม่นๆไม่ต้องตกใจนะคะ หรือเราสามารถใช้สีพวกนี้ในการปัดตรงตำแหน่งคอนทัวร์เพื่อให้ใบหน้าหรือสีแก้มดูมีมิติเข้าไปอีกได้ค่ะ สีอ่อนๆอื่นๆก็ดีค่ะ มันให้ความระเรื่อๆบนผิวได้ดี ส่วนพวกสีอ่อนก็เอามาปัดเป็นไฮไลท์หรือลงตำแหน่งหน้าพวงแก้มก็ได้ ก็จะทำให้หน้าดูเด็กๆลงไปอีก พาเลทนึงใช่ได้นานมากๆๆๆๆๆ นึกไรไม่ออกก็ปัดๆไปค่ะ ผสมรวมๆกันออกก็สวย

MTI JOY ONE FOR ALL pH MATCHMAKER CHEEK COLOR

เป็นบลัชปัดแก้มที่เค้าเคลมมาเก๋ดี ตรงที่ว่าสีมันจะเปลี่ยนไปตามค่า ph บนในหน้าของเรา เป็นบลัชแบบมีประกายนะคะ ปัดแล้วก็สีออกไม่เหมือนกันจริงๆ แต่ก็คือบลัชในโทนชมพูอมส้มแหละค่ะ ตัววนี้เวลาเรียนชอบใช้เอาไว้ปัดเวลาแต่งหน้าเร่งด่วน นึกจับคู่สีไม่ออก ก็ปัดๆตัวนี้ลง มันจะดูเป็นพวงแก้มที่สดใสๆ เข้ากับการแต่งหน้าในทุกๆลุคดีค่ะ ติดทนมั้ย ติดทนพอสมควรแต่ปัดเยอะแล้ววิงค์มันจะเยอะไปหน่อย ต้องค่อยๆนะคะ

MTI SIGN COLLECTION LIPSTICK PALETTE 

เป็นพาเลทลิปทาปาก เนื้อจะเข้มข้น ในตลับสามารถเอามามิกซ์ผสมเฉดสีได้หมดค่ะ ตัวที่เราเอามาลงนี้จะเป็นโทนนู้ดแต่เป็นโทนเข้มไปโทนอ่อนนะคะ จะมีแบบเนื้อกลอสมาให้สีสองสีเพื่อผสมให้พวกโทนสีเข้มเบาบางลง จริงๆพาเลทเหมาะมากกับคนที่รู้เทคนิคผสมสีอยู่แล้ว สามารถครีเอทสีปากได้ตามสไตล์ไม่มีซ้ำได้เลยนะคะ

MTI TIMELESS ULTIMATE LIPSTICK 

รุ่นนี้ตอนเราเรียน อาจารย์ที่สอนแกแนะนำ แกบอกว่าเป็นลิปสติครุ่นที่ดีที่สุดของแบรนด์นี้ เม็ดสีนั้นพูดเลยว่าเริ่ดจริงๆ เข้มข้นมากๆ คุณภาพเทียบเท่าเคาน์เตอร์หรือเราว่ามันดีกว่าด้วยซ้ำ เม็ดสีชัด ติดทน เป็นเนืื้อเข้มข้น ไม่แมทหรือกลอสจนเกินไป คือทาแล้วได้ความรู้สึกว่า เป็นริมฝีปากที่สวยสมบูรณ์แบบจริงๆค่ะ ตัวนี้ เราแนะนำให้ลองสีแดงมากๆ คือทากับปาก ทุกๆสีผิวได้จะได้สีแดงสีสวยเซ็กซี่ไม่แก่เลย ส่วนสีชมพูกลีบบัวหลายๆคนอาจจะทาแล้วไม่แล้ว แต่ตัวนี้ทาแล้วสีสวยดูหน้าหวานมากๆค่ะ แนะนำๆตัวนี้

อันนี้เป็นส่วนของลิปสติคที่เราเอามาใส่ตลับเองค่ะ สะดวกกว่าในการใช้งาน ในตลับนี้เราจะเอาพวกแม่สีหรือสีโดดๆมาใส่เพราะมันจะง่ายกว่าเวลาเราแต่งแล้วเราผสมสีนุ้นนั้นนี้ให้ออกมาเป็นสีปากที่เราอยากได้ จะมีเป็นแบบชิมเมอร์สีทอง สีเงินด้วยนะคะ พาเลทนี้เราใช้บ่อยๆมากๆ สะดวกมากเวลาที่เรียนแต่งหน้าค่ะ
MTI KHON PALETTE

พาเลทรุ่นลิมิเต็ดที่ชื่อก็บอกค่ะ ว่าทำออกมาเพื่อสำหรับแต่งหน้าโขนโดยเฉพาะ จะมีรองพื้นสีพิเศษที่เอาไปปรับโครงหน้าและสีสันต่างๆที่เหมาะกับการแต่งหน้าแสดงโขน หรือจะแต่งรำไทย การแสดงวัฒนธรรมไทยก็เหมาะค่ะ เนื้อสีชัด แมท ขึ้นไฟ เป็นพาเลทเฉพาะที่พิเศษสำหรับการแต่งหน้าในแนวนี้จริงๆค่ะ

MTI EYE PUTTI

กางติดขนตาปลอมที่ขอบอกเลยว่าดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยใช้มาหลายๆยี้ห้อ ตัวกาวเป็นสีขาวเนื้อข้นกำลังดี แห้งไวและติดขนตาได้ทนทานนานมากๆ คือถ้าไม่ไปแกะหรือดึงออก ขนตามันก็จะติดอยู่แบบนั้นไม่ไปไหนเลยค่ะ พูดเลยว่าข้ามคืนข้ามวันจริงๆกับกาวตัวนี้ ถ้าในระดับแอดวานซ์หน่อย ตัวนี้เอามาทาคิ้วให้เรียบเอาไว้สำหรับเทคนิคการกลบคิ้วเพื่อเขียนคิิ้วใหม่ได้ด้วยนะ ใครได้ลองใช้จะติดใจกันทุกคน อีกอย่างกาวตัวนี้ราคาไม่แพงด้วยค่ะ

MTI BRUSH CLEANSER SPRAY 

เป็นสเปร์ยทีเอาไว้ฉีดๆแล้วล้างแปรงแบบเร่งด่วนค่ะ เอาไว้ล้างสีที่ติดแปรง เวลาใช้แปรงแต่งหน้าติดๆกันหรือไม่มีเวลาล้างแปรง ถามว่าสะอาดมั้ย มันก็โอเคในระดับนึง แต่คิดว่าถ้าแบบจริงจังที่เป็นแชมพูหรือสบู่ล้างแล้วตากแบบนั้นจะดูสะอาดกว่าค่ะ แต่อันนี้เหมาะกับงานเร่งด่วนที่เวลาเราใช้แปรงแต่ไม่มีเวลาทำความสะอาดรอแห้งรอตากนะ

ปิดท้ายด้วยสเปรย์น้ำแร่ค่ะ เอาไว้ฉีดพ่นเติมความชุ่มชื่น จะฉีดหลังแต่งหน้า ระหว่างวันฉีดได้หมดไม่มีปัญหาเลย

 

หมดแล้วค่ะกับการระเบิดกรุ รีวิวเครื่องสำอางแบรนด์ไทย MTI จริงๆ แบรนด์นี้มีสินค้าน่าสนใจหลายๆตัวเลยนะคะ คุณภาพเราถือว่าดีเลยแหละ ราคาก็ไม่แพงมาก ใช้ได่กับทุกเพศทุกวัย และใช้ได้กับทุกการแต่งหน้าในหลายสไตล์นะคะ อีกอย่างแบรนด์นี้มีเป็นสถาบันสอนแต่งหน้าที่ได้คุณภาพด้วย ถือเป็นแบรนด์ไทยทีอยู่คู่คนไทยมานานค่ะ อยากจะให้เราๆรุ่นใหม่ๆได้รู้จักกันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

SolaCosmetics งานผิวๆงานใสๆต้องแบรนด์นี้

ขอมารีวิวเล่าถึงMakeUpBrand Solaค่ะเค้าเป็นแบรนด์ไทยนะคะแต่เค้าสั่งผลิตตัวสินค้ามาจากทางเกาหลีโดยตรงค่ะเริ่มแรกจริงๆ คือเราได้มีโอกาสได้ใช้BBCreamแบบซองของเค้าที่มีขายในเซเว่นแล้วติดใจในความบางเบาแต่ปกปิดของเค้าเหมาะกับโอกาสได้ลองผลิตภัณฑ์ของทางแบรนด์ค่ะเลยมาแชร์ให้ด้รู้กันว่าแต่ละโปรดักซ์ของเค้ามันเริ่ดยังไงบ้าง

Classic Beauty Items รำลึกเครื่องสำอางตั้งแต่รุ่นนู้นนน ยังใช้มาถึงรุ่นนี้

สวัสดีค่ะ Slater เองงงงงง วันนี้จะมารีวิว ชวนทุกคน ย้อนวัย ไปรำลึกกันถึง บิวตี้ไอเท็มสุดคลาสสิคที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ รุ่นคุณตาคุณยาย รุ่นพ่อรุ่นแม่  รุ่นสมัยวัยเด็ก วัยสาวกันนะคะ อย่างที่ทุกคนๆรู้กันดี ว่าสมัยนี้ เครื่องสำอางได้มีการพัฒนากันมามากมายหลากหลาย เทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนผสมใหม่ๆออกมาตลอด แต่ยังมีสินค้าคลาสสิคบางอย่าง ที่ใช้ดี คุ้นเคย และยังมีผลิตมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ เราอยากนำบิวตี้ไอเท็มพวกนี้มาชวนเพื่อนๆ นึก ย้อนวัยให้คิดถึงกันดีกว่า ว่าครั้งนึงเราก็เคยใช้ค่ะ

Base MakeUp 2016 รวบรวมไอเท็มก่อร่างสร้างผิวของเราค่ะ

สวัสดีค่ะ MissSlater ค่ะ 

วันนี้จะมา Review เครื่องสำอางในส่วนประเภทของBase MakeUp ที่มีใช้นะคะ

แบ่งเป็นส่วนๆ กันค่ะ ทั้งใช้กับผิวหน้าและผิวตัวค่ะ