[ไตรภาคแบรนด์จากDeciem 3]:The Ordinary บำรุงผิวฟีลเหมือนผู้ชายซื่อๆมาจีบ

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับภาคสุดท้ายของพูดถึงแบรนด์จากร้าน Deciem กันนะคะ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกรัก น้องคนสุดท้องที่ดังที่สุดของร้านDeciem เลยนั้นก็คือ The Ordinary นั้นเองค่าาาาา

The Ordinary นั้นเป็นเครื่องสำอางทั้ง Skincare และ Make Up ที่โดดเด่นในเรื่องของการเอาสารActive Ingredient มาใช้ในบริมาณที่โดสใส่แบบจัดเต็มค่ะ คือส่วนผสมนู้นนั้นนี้ ออกฤทธิ์นั้นนู้น เค้าก็ใส่มาให้เป็น% แบบจัดเต็มที่คาดหวังในการเห็นผลค่ะ บวกกับราคาที่ไม่แพงมาก น่าจะเป็นคอนเซปของทางเจ้าของแบรนด์ที่เค้าอยากจะให้ทุกคนได้มีโอกาสได้การบำรุงผิวอย่างเต็มที่ค่ะ  เลยทำให้The Ordinary ดังเป็นพลุแตก ตอบโจทย์สำหรับสาวกกคนชอบบำรุงผิวกันไปทั่วโลก แล้วก็ถือว่าเค้าทำให้เทรนด์การทำแพคเกจกิ้งแบบ Dropper ของแบรนด์อื่นๆ ออกมาตามกันให้เป็นแถวเลยค่ะ

ที่เราเปรียบเปรยThe Ordinary ว่าเหมือนเป็นผู้ชายๆซื่อๆทื่อๆนั้น ก็ถามคอนเซปของแบรนด์เค้าแหละ Skincare แต่ละตัวเค้าจะให้ส่วนผสมมาอย่างสองอย่าง แล้วมันก็จะให้ผลฟังค์ชั่นไม่เกินจุดประสงค์เดียวเช่น ให้ความชุ่มชื่นก็ให้ความชุ่มชื่น กระจ่างใสก็กะจ่างใส เพราะฉะนั้นถ้าใช้ร่วมๆกันหลายๆตัวก็จะเห็นผลดีมาก ครบตามปัญหาผิว แต่ก็ต้องระวังผู้ชายที่มาจีบเราหลายๆคนตีกันด้วยเหมือนกัน เพราะส่วนผสมบางตัวก็ไม่ถูกกันอีกค่ะ ก็ต้องคอยปรับคอยดูผลที่ผิวเรากันไป ความสนุกเลยอยู่ตรงที่การปรับใช้แต่ละตัวให้เข้ากับผิวเรานั้นเองจ้า

สำหรับแบรนดฺ์ The Ordinary ส่วนตัวเราได้ใช้ต่อเนื่องมาได้เกือบจะ2 ปีแล้วค่ะ ก็ถือว่าถ้าใช้ดีๆ ต่อเนื่อง เค้าก็เป็น Skincare ที่ทำให้ผิวหน้าดีขึ้น แก้ปัญหาผิวต่างๆได้ดีจริงๆค่ะ วันนี้เราขอมาแชร์และพูดถึงแต่ละตัวที่เราใช้มากันดีกว่า อาจจะไม่ครบเพราะเค้ามีเยอะแยะหลายตัวมากนะคะ อันไหนใช้ดีหน้าใส อันไหนหน้าแหกก็มีค่ะ

*เนื่องจากเราใช้มานานแล้ว ตัวรีวิวก็จะพูดถึงในแง่ของความรู้สึกของการใช้แต่ละตัว มากกว่าพูดถึงผลลัพธ์นะคะ

เริ่มที่แนว Moisture ให้ความชุ่มชื่นกันก่อนเลยละกันเนาะ

Natural Moisturizing Factors + HA

ครีมเนื้อเข้มข้นสีขาว มีส่วนประกอบของ NMF หรือสารที่อยู่บนผิวของเราค่ะ แล้วก็มี Hyaluronic Acid ด้วย NMF ก็คือเป็นสารที่เป็นองค์ประกอบของผิวชั้นนอกของเราช่วยปกป้องความชุ่มชื่นของผิวเราค่ะ ครีมตัวนี้เลยเปรียบเสมือนอาหารผิวที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นแล้วก็ผิวแข็งแรงนั้นเอง

คือทุกคนน่าเคยเป็นแบบฟีลขี้เกียจหาครีมทาครีมมากก ไม่อยากจะทาอะไรทั้งนั้นแต่ก็กลัวหน้าจะป่วยก็โบกๆตัวนี้ไปก็ได้ ครีมตัวนี้คือไม่เน้นขาว ไม่เน้นริ้วร้อยแต่จะเน้นเติมความชุ่มชื่นให้ผิวแค่นั้น เป็นครีมเบสิคให้ผิวแข๊งแรง พูดง่ายๆคือเป็นครีม “ทาๆไปเหอะ” หน้านุ่มแน่นแล้วก็ไม่ค่อยแดงเห่อเลยค่ะ ใช้กับตอนไปต่างประเทศอากาศหนาวแห้งก็ทาตัวนี้ช่วยได้นะคะ ไม่คุมมันแต่ไม่ทำให้หน้าเหนียวเลย เนียบสนิทแนบไปกับใบหน้า ใช้เช้าเย็นได้ วันไหนรีบๆก็ปาดๆตัวนี้แล้วก็ลงกันแดดต่อ ออกไปจากได้เลยย ถือว่าเป็น Simple is the best เลยค่ะ เหมาะพกเอาไว้เวลาไปค้างบ้านผู้ชายแต่ไม่อยากพกของไปให้หนัก ก็พกตัวนี้ได้

100% Plant-Derived Squalane

ถัดมากับออยล์ตัวนี้ Squalane ทุกคนน่าจะเคยผ่านหูมาบ้าง นางเป็นน้ำมันสารพัดประโยชน์ Squalane ของ The Ordinary เค้าว่ามาจากพืชนะคะ คือมันเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากหลายๆที่ หลายส่วน เป็นตัวให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวได้ดีมากๆทั้งทดแทนความชุ่มชื่นที่ขาดและป้องกันการระเหยของความชุ่มชื่นได้ผิวได้เช่นเดียวกันเด้อ จะเอามาทาหน้า ทาผิว หรือลูบผมก็ยังได้ค่ะ ถือว่าสารพัดประโยช์นมากๆกับเจ้า Squalane ตัวนี้

ออยล์ตัวนี้ถือว่าสารพัดประโยช์นสำหรับเราอีกเช่นกัน เนื้อมันใสไม่เหนียวเหนอะหนะมาก แต่ก็ยังเป็นฟีลออยล์อยู่นะคะ ทาๆไปก็จะซึมผิวได้ดี กลิ่นก็จะออกน้ำมันพืชแหละค่ะ แต่ก็ไม่น่าอยากถอยจมูกหนีอะไรก็ดมได้อยู่ ถ้าไม่อยากทาเพียวๆก็ผสมกันโทนเนอร์ซักหยดหรือจะผสมกับโลชั่นทาผิวในวันฟีลรู้สึกว่าผิวแห้งกรังก็ไม่ติด นางช่วยได้ค่ะ ส่วนตัวใช้แล้วสิวไม่ขึ้น แต่ช่วงที่มีสิวเราก็อย่าทาสิคะเนาะ ก็ไปใช้อย่างอื่นที่รักษาสิวก่อน ตัวนี้ก็ค่อยเอามาใช้เวลาต้องการเติมความชุ่มชื่นก็ว่ากันไป

Amino Acids + B5

ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่ให้ความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดีแถมเนื้อจะบางเบาเป็นออยล์เซรั่มค่ะ กรดอะมิโน 17% ช่วยเสริมสร้างซ่อมแซมให้ผิวให้มีความชุุ่มชื่น ตัวเด็กที่มาคู่กันคือ panthenol ที่ใส่มา5% แหนะ คือหลักๆคือปลอบปะโลมโอ๋จ๋าผิวไม่ให้อักเสบหรือแพ้ค่ะ

ตัวนี้ถ้าช่วงไหนถ้าผิวอ่อนแอจะรู้สึกว่าทาไปแล้วหน้าจะร้อนๆวูบๆวาบๆไม่รู้เพราะนางไปทำปฎิกิริยาอะไรกับผิวหรือแต่ใช้ไปแล้วหน้าจะดีขึ้น หรือถ้าหน้าลองอะไรใหม่มาๆแล้วแหกหรือแพ้ก็จะกลับมาโปะตัวนี้ให้ช่วยไม่ให้แหกไปกว่าเดิมค่ะ

Marine Hyaluronics

ถือว่าเป็นตัวที่ให้ความชุ่มชื่นแล้วเนื้อบางเบาสุดแล้วละคะ เนื้อไหลใสเป็นสายน้ำสมชื่อ หยดๆแล้วเอาแป๊ะๆ เป็นน้ำตบได้เลย นางว่า Hyaluron ที่สกัดมาจากพวกแบคทีเรียดีๆจากทะเล คาดว่าเอาตีกับ Plankton ของอีกแบรนด์นึงละมั้งคะ ก็คือเป็นHya ที่มีความเบามากๆๆๆแต่ก็ยังให้ผลดีในเรื่องของความชุ่มชื่นกับผิวนั้นเองคะ

อย่างที่บอกว่าใช้ตัวนี้แทนน้ำตบหลังจากเช็ดโทนเนอร์เสร็จ ก็ตบๆตัวนี้เข้าไป เนื้อมันเบาซึมไว ก็สามารถเพิ่มเลเยอร์ต่อโดยการไปโบกอย่างอื่นต่อค่ะ ตัวนี้ไม่ได้ลดการอักเสบหรือปลอบปะโลมผิวได้เหมือนตัว Plankton ของแบรนด์อื่นนะคะ เค้าแค่ให้ความชุ่มชื่นฉ่ำๆอย่างเดียวเลยจ้า

หมดไปกับหมวดความชุ่มชื่น มาต่อหมวดผิวกระจ่างใสกันดีกว่า

Vitamin C Suspension 23%+ HA Spheres 2%

Vitamin C ทาหน้าแบบเข้มข้นตัวแรกของแบรนด์นี้นะคะ ใส่ Ascorbic Acid เพียวๆมเลย 23% เต็มเหนี่ยวไปเลยพี่เต็มที่ไปเลยที่เธอ จริงๆแล้วLine Vitamin C ของ The Ordinary นั้นมีมากมากหลายตอบโจทย์ของผิวเรานะคะ เลือกได้จะแบบผิวมัน ผิวแพ้ง่าย ความเข้มจากน้อยไปจัดเต็มก็มีให้เลือกมากมายค่ะ หรือจะเลือกจากความชอบของเนื้อผลิตภัณฑ์ก็ได้ จะเป็นออย จะเป็นครีม จะเป็นซิลิโคนนางก็มีให้เลือก  ส่วนตัวเลือกตัวนี้มะเพราะนางว่าเข้มข้นให้ผลสูงสุดละ เลยจัดมาค่ะ Vit C นั้นก็สารพัดประโยชน์กับผิวแหละคะ หน้ากระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยเรื่องลดริ้วรอยได้ด้วย ถือว่าถ้า% ถึงแล้วเข้ากับผิว นางก็ช่วยให้ผิวดีผิวเด้งมากมายค่ะ

อีหลอดนี้บอกเลยว่า ต้องหน้าหนาๆหรือใจถึงซะหน่อยในการใช้นะคะ เพราะนางทาแล้วคันยิบๆๆๆ ตลอดเลยค่ะ คาดว่านางคงจะเข้มข้นมากๆ ช่วงใช้แรกๆนี้บางทีทนความยิบๆไม่ไหว ลุกไปล้างออกก็มีค่ะ ทาไว้เป็นมาร์สพอ แล้วทาอีตัวนี้ก็ต้องหลบแดดกันสุดฤทธิ์ค่ะ ไม่งั้นหน้าจะรู้สึกแสบๆนะคะ หลังๆเลยเลือกไปใช้ตัวอื่นที่ความเข้มข้นหน่อยกว่าแทนค่ะ ตัวนี้เอาไว้ใช้แต้มเป็นพวกSpot ตามจุดรอยดำได้แทน  ตัวนี้ทนใช้ช่วงแรกๆก็เห็นผลนะคะ ไม่ได้ขาวขึ้นแบบเปลี่ยนแป้ง แต่หน้าจะแน่นๆเนียนๆ พวกรอยสิวดำๆนี้ดีขึ้นมากๆค่ะ  ผิวดูละเอียดขึ้นมากๆ คือมันดีแหละค่ะ Vit C แต่คงเลือกตัวอื่นที่เบากว่านี้จ้า

Alpha Arbutin 2% + HA

ส่วนผสมตัวเด็ดที่คุ้นเคยกันอีกตัวกับ Alpha Arbutin ที่ช่วยเรื่องลดเม็ดสีโดยตรงโดยเค้าใส่maximum dose 2% ที่เป็นโดสแบบ Clinical formulaค่ะ แล้วก็ใส่HA มาให้กลัวว่าพอผิวขาวแล้วจะแห้งป่าวเลยใส่มาให้

ตัวนี้ถือว่าเป็นใช้ไม่ยุ่งยากลำไยเหมือนกับเจ้าVit C ค่ะ ทาได้เช้าเย็น คือมันไม่ได้เห็นผลเร็วอะไรมากนะคะ แต่ก็รู้สึกได้ว่าหน้าขาวขึ้นมาได้ไม่หมองคล้ำ พวกจุดด่างดำก็ลดๆลงไปบ้าง คือหน้าดูสดใสไม่โทรมดีค่ะ ตัวนี้บางคนก็ว่าไม่เห็นผลนะคะ สิบเสียงไม่เหมือนกันเลยเทอ หรือว่ามันค่อยเป็นค่อยไปก็ไม่รู้ บางคนก็ว่าช่วยได้ บางคนก็ยังคิดว่ามันยังไม่ขาวสาแก่ใจ ก็ใช้กับไปเรื่อยๆคะ ถือว่าเป็นตัวที่ทาๆไปเหอะได้อยู่จ้า

Ascorbic Acid 8% + Alpha Arbutin 2%

อะไหนลองซิ เอาส่วนผสมของไวเทนนิ่งเด่นสองตัวมารวมกัน ดูสิมันจะเวิร์คแมะ Vit C 8% มันก็คงเห็นผลเรื่องใส กับAlpha Arbutin 2% มันก็น่าจะขาวอยู่อะนะ เป็นเซรั่มแบบออยล์นะคะ ทาแล้วก็ร้อนวูบวาบแบบVit C เพียวๆเหมือนกันแต่ไม่เท่า

ยุ่งยากลำไยสำหรับเราเช่นกันค่ะ ตัวนี้เพราะต้องรอให้นางออกฤทธิ์กับผิวก่อนที่ลงตัวต่อไป จริงๆกะเอามาใช้ตัวเดียวหรือเป็นตัวสุดท้ายในช่วงกลางคืนแหละ แต่มันยังไม่ฟีลเหนอะหนะอยู่บ้างนิดนึงเหมือนกันนะคะ ตัวนี้เห็นผลเรื่องสีผิวสม่ำเสมอเนียนไปทั่วใบหน้าดีค่ะ คือมันไม่แสบยิบๆเท่าVit C 23% โดยรวมแล้วมันก็ทำให้หน้าขาวๆใสๆวาวๆดีค่ะ ถือเป็นตัวที่ชอบที่สุดของWhitening ของ The Ordinary แหละ แม้มันจะให้ฟีลออยล์กับต้องซึม แต่ก็เห็นผลดีอยู่ค่า ทาตัวนี้ต้องโบกกันแดดเยอะๆด้วยนะคะ ไม่งั้นก็หน้าแหกน้า

มาต่อกันที่ตัวช่วยกันหน้าแก่หน้าเหี่ยวกันดีกว่า

Buffet

ตัวขายดีเทน้ำเทท่าของแบรนด์นี้เลยจ้า Buffet รวมทุกส่วนผสมPeptidesที่ช่วยลดเลือนนริ้วรอยทุกอย่างมายัดรวมอยู่ในขวดนี้สมชื่อค่ะ ทั้ง MatrixylTM 3000,Syn-ake,Argileline และอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย คือถ้าโบกตัวนี้เข้าไปก็เข้าใจได้ว่า ริ้วรอยฉันมันจะต้องดีขึ้นแน่ๆ เป็นเซรั่มกึ่งเจลค่ะ ทาแล้วก็ซึมไวดี จริงๆของ The Ordinary เค้าก็ทำเนื้อมาเหลวๆใสๆ ซึมง่ายหลายๆตัวนะคะ 

ใช่ค่ะ ใครใช้แบรนด์นี้ถือว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดไว้ หรือใครที่เริ่มใช้แบรนด์นี้ก็ควรจะตำตัวนี้มาใช้ค่ะ เพราะมันช่วยให้หน้าเด้งดีจริงๆ สำหรับเราชีวิตนี้คงขาดเธอไม่ได้ พวกร่องน้ำหมากนี้ช่วยค่ะสำหรับเรา เวลาขยับหน้ามากๆใช้ตัวนี้มาเรื่อยๆ หน้าก็ไม่ค่อยยับ หน้าจะดูเต่งๆตึงดีชอบมากๆ  รู้สึกหน้ากระชับจริง แล้วก็ชุ่มชื่นด้วย ลูกรักๆค่ะจริงๆค่ะตัวนี้ ใช้เป็นตัวยืนพื้นเรื่องริ้วรอย

“Buffet” + Copper Peptides 1%

ตัวนี้คือ Buffet ปกติแต่นางยัด Copper Peptides มาให้อีก 1% ราคาก็แพงขึ้นมาอีกแต่ก็สอยมา Copper Peptide นางเคลมว่ามันจะไปช้วยพวกหลุมสิว แผลเป็นให้ดูดี ดูตื้นขึ้น ยิ่งถ้าใช้กับพวกผลัดเซลล์ผิวก็จะได้ผลดีขึ้นค่ะ แต่ด้วยตัวCopper Peptide ที่ใส่มาทำให้นางSensitive กับตัวอื่นไปอีกหลายๆตัว ก็รู้สึกยุ่งยากไปอีก

เรื่องหลุมสิวไม่แน่ใจเลยว่าช่วยมั้ย เพราะไม่ได้มีหลุมลึกอะไรมากนะคะ แต่ก็รู้สึกว่าได้ว่าผิวแน่นกระชับแบบใช้ตัว Buffet ปกติค่ะ ตัวนี้ก็ไม่ค่อยต่างกันมากถ้าจะเอาผลเรื่องกระชับริ้วรอยอะนะคะ ไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ ใช้ buffer ปกติดีกว่าเด้อ

Argireline Solution 10%

เอาตัวนี้มาเสริมเรื่องริ้วรอยอีกขั้นนึง เพราะคิดว่า% มันน่าจะเข้มข้นกว่าค่ะ Argireline เค้าบอกว่าจะช่วยริ้วรอยที่มันเกิดขึ้นแล้ว ยับแล้วเช่นพวกร่องรอยน้ำหมาก ตีนก ขีดที่หน้าผาก คือนางจะเข้าไปช่วนให้พวกนี้มันลดลงได้ค่ะ

ตัวนี้เป็นเนื้อเหลวๆใสๆซึมไวเช่นเดียวกัน เอามาทาเน้นๆตามพวกร่องรอยตีนกาอะไรพวกนี้ ขวดเดียวยังไม่รู้สึกต้องใช้ต่อเนื่องแล้วจะรู้สึกได้ว่าร่องรอยมันตื่นขึ้นจริงๆ พวกรอยที่หน้าผากเราไม่ค่อยมีแล้วค่ะ แต่ร่องน้ำหมากก็ยังมีอยู่ เวลาทำหน้ายุ่นๆย่นๆก็ดีขึ้น ไม่ค่อยเป็นอาจุมม่าซักเท่าไหร่ ถือว่าดีเอาไว้ทาเน้นย้ำพวกรอยเส้นๆ ต่อจากลง buffet

ริ้วรอยหมดแล้วมาต่อกันที่หมวด Direct Acid เอาไว้ผลัดเซลล์ผิวหน้ากันค่ะ

AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution

มาร์สเลือดที่เค้าฮิตกัน ต่อให้ทางแบรนด์เองหรือ Influencer สาย Skincare ออกมาเตือนกันให้ปากเปื่อยปากแฉะว่า พวกเทออีนี้มันแรงมากๆนะคะ ใครผิวแพ้ง่ายมีสิทธิ์ผิวลอกผิวพังได้ ไม่มีใครฟังค่ะ สอยกันมาใช้ให้รู้ด้วยตัวเองกันว่ามันจะขนาดไหนกันเชียว ตัวนี้มีกรด AHA 30% ช่วยเรื่องผลัดเซลล์ผิว กับ BHA dose 2% ที่จะไปช่วยทะลุทะลวงชั้นรูขุมขนอีกทาง นางบอกว่าทาไว้ไม่เกิน10 นาทีแล้วไปล้างออกหรือใครที่ผิวบอบบางกว่านั้นก็ลดเวลาลงมาว่าไปกัน

ส่วนตัวทาไว้3 นาทีแล้วล้างออกแล้วค่ะสำหรับเรา กลัวไปแรงไป ตอนทาก็หน้าจะยิบๆแบบใช้Vit Cเข้มข้นเลย แต่จะรู้สึกเป็นแนวแสบๆวูบวาบมากกว่ายิบๆรำคาญแบบVit C นะคะ ส่วนตัวเราเอาไว้ฟอกผิว พวกรอยพับขาหนีบ ด้านหลังที่เป็นรอยสิวหรือเอาไว้ฟอกตูดเลยค่ะ ด้วยความที่คิดว่าใช้กับผิวตัวมันน่าจะทนได้ดีกว่าผิวหน้า ส่วนหน้าก็จะทาให้บางที่สุดค่ะ ทิ้งไว้ไม่นานแล้วรีบไปล้างออก ส่วนตัวว่าเออมันก็คือการผลัดเซลล์ผิวอะเทอ พอล้างออกก็รู้ได้ว่าผิวดูดีขึ้นมาบ้างเพราะพวกเซลล์ผิวเก่ามันออกไป เราว่าตัวนี้เอาไว้ฟอกผิวตัวอะเริ่ดกว่า พวกขาหนีบ รอบสิวที่หลังอะดีขึ้นมากๆเลยนะคะ โดยเฉพาะก้นที่แบบแห้งกรังๆ พอฟอกตัวนี้แล้วลงโลชั่นทับ ตายแล้วก้นนิ่มดูเป็นก้นเด็กขึ้นมานี้กะไร ส่วนผิวหน้าสำหรับเราเฉยๆค่ะ อาจจะเพราะไม่ได้ทาไว้นานด้วยรึป่าวก็ไม่รู้ สรุปว่ามันแรงจริงแต่เอามาประยุกต์ใช้กับผิวกายก็เวิร์ดนะเทอ

Salicylic Acid 2% Solution

ตัวนี้แยกออกมาเป็น BHA สำหรับช่วยเรื่องสิว ทะลวงรูขุมขนโดยเฉพาะ เนื่องจากมันคล้ายตัวดัวของPaula’s choice สมัยก่อนที่ราคาก็สูงอยู่ เจอตัวนี้ถูกกว่าก็ไหนลองมาซิ่ ตัวนี้ใครคิดว่าจะเอามารักษาสิวก็ดูดีนะคะ เพราะว่าเป็นสิวหนักมากๆ หาหมอดีกว่า เพราะตัวนี้ไม่ใช้ยาเด้อ แล้วก็เค้าใส่มาdose 2% ซึงก็เข้มเข้นมากๆ ใครผิวแพ้ง่ายก็ต้องระวังในการใช้เช่นกันนะจ๊ะ

ตัวนี้อย่างที่บอกเอาไว้ทะลวงรูขุมขน เราทาที่จมูกที่มีสิวเสี่้ยนเยอะๆ กับรอบหน้าที่เป็นสิวเสี้ยนจุดดำๆ ก็ช่วยได้ค่ะ ใช่เวลาไม่นาน แต่ไม่ได้เห็นผลแบบสิวเสื้ยน สิวหายไปเลยนะคะ คือพวก Black Head อะไม่ค่อยมีขึ้นใหม่ หน้าจะดูโล่งสะอาดๆดีค่ะ พวกสิวอุดตันก็ไม่ค่อยกลับมาขึ้นด้วยค่ะ

Alpha Lipoic Acid 5%

ตัวนี้เป็นตัวที่เราชอบที่สุดในบรรดา Direct Acid ของ The Ordinary แล้วค่ะ อ่านสรรพคุณตอนแรกคือหยิบมาเลย เสียดายตัวนี้เหมือนเค้าไม่โชว์ในเวปเค้าแล้ว ไม่รู้ยังมีขายอีกมั้ย สำหรับเรามันดีมากๆ ขอเรียกว่าเป็นตัวฟอกผิวละกันคะ ใช้ได้ไม่บ่อย แค่2-3 ครั้งต่อวีคเนื้อเป็นน้ำๆ กลิ่นเคมีมาก ทาไปแล้วไม่ต้องทาตัวอื่นทับเลยเพราะเด๋วจะไปตีกัน เช้ามาค่อยล้างออกค่ะ

ที่ชอบตัวนี้เพราะรู้สึกได้ว่ามันปรับผิวหน้าให้เรียบเนียนขึ้นจริง เวลาจับหน้าไปหน้าจะดูเรียบเนียนแล้วผิวมันจะดูใสๆสว่างๆขึ้น เรียบเนียนไปทั้งหน้าค่ะ คือเออรู้สึกว่าเรียกได้นะว่าเป็นทรีทเมนต์ทำให้หน้าขาวใสได้จริง มันปรับให้หน้าดูเรียบเนียน สีๆเท่ากันได้ค่ะ หน้าจะดูเด้งๆ โกลวๆ ดีค่ะ รอยแดงรอยดำก็ดูดีขึ้นด้วยนะเทอ

หมดไปแบ้วกับพวก Direct Acids มาดูพวกจิปาถะกันดีกว่าค่า

Niacinamide 10% + Zinc 1%

ยืนหนึ่ง ขายดีตลอดการกับเจ้าตัวนี้ค่ะ เป็นของสามัญประจำบ้างอีกอย่างที่มีติดไว้ตลอด อนนี้มีไซด์ใหญ่ให้ซื้อแล้วด้วย คุ้มไปอีก Niacinnamide วิตามินB3 สารพัดประโยชน์ที่นางช่วยผิวเยอะเหลือเกินทั้งเรื่องเป็น Whitening ได้ ช่วยเรื่องสิวได้ด้วย ก็คลอบจักรวาลแบบVit Cค่ะ แต่อย่าไปใช้ด้วยกันนะคะ นางไม่ถูกกันค่ะ นางมี Zinc มาให้ช่วยควบคุมความมันลดการเกิดสิวด้วยอีกอย่างค่ะ

ตัวนีก็ถือว่าเป็นลูกรักของเราค่ะ เป็น Serum ที่เอาไว้ “ทาๆไปเหอะ” ในตอนเช้าค่ะ เนื่องจากคิดว่านางคงช่วย Overall ผิวแหละ ซึ่งมันก็ดีค่ะ พวกรอยแดงๆตามหน้านี้นางก็ช่วยนะคะ ผิวดูดีขึ้น ติดตรงที่ว่าสูตรเนื้อนางมันแห้งมาก คือทาไปแล้วแห้งติดกับใบหน้าเลย ทำให้ลงอย่างอื่นต่อแล้วมันแปลกๆ คือจะต้องทานางเป็นตัวสุดท้าย ก่อนลงกันแดดค่ะ ไม่งั้นมันจะแห้งเป็นขุยๆ ชอบตัวนี้เพราะใข้แล้วผิวไม่ค่อยจะมีปัญหาค่ะ คือสิวก็ไม่ค่อยมา หน้าก็ไม่แห้งไม่มันดูมีน้ำนวลดี เรืองหน้าขาวไม่เห็นผลค่ะ สรุปคือนางทำให้ผิวดีแบบใช้ไปเรื่อยจ้า

Pycnogenol 5%

เป็น Line Anti 0xidanat ที่ราคาก็ถือว่าแพงอยู่ถ้าเทียบกับปริมาณและราคาตัวอื่นๆค่ะ เป็น Pcynogenol 5% ช่วยปกป้องผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้มีสุขภาพดี ช่วยเรื่องความกระจ่างใส จุดด่างดำ ริ้วรอยได้ด้วย ตัวนี้เราเอาไว้เสริมกับเวลาใช้ Vitamin Cค่ะ รู้สึกว่ามันช่วยไปเสริมฤทธิ์กันให้ได้ผลไวขึ้น ตัวนี้จะเป็นน้ำเหลวๆสีส้มๆ ทาไปก็จะร้อนๆผ่าวเหมือนเวลาทาVit Cเลยค่ะ รู้สึกหน้ามันจะเด้งๆใสๆ ดูดีกว่าปกตินิดนึง เอาไว้ผสมกับขั้นตอนปกติก็ได้ค่ะ ใช้ 2-3 ครั้งพอต่อสับดาห์มันแพง ผิวจะดูสดใสและดูมีสุขภาพดีขึ้นค่ะ

Caffeine Solution 5% + EGCG

ทาตาตัวเดียวที่ทำออกมาของแบรนด์นี้ค่ะ ใช้นิดเดียวเกลี่ยได่ทั่วจริงๆ คุ้มมากใช้ได้ชาติเศษ เอามาทาปากได้ด้วย เป็นคาเฟอีนและสารสกัดจากชาเขียว สามารถช่วยลดอาการบวมและความหมองคล้ำในบริเวณรอบดวงตาได้ดีมาก

ตัวนี้ทารอบดวงตาได้นะคะ แต่อย่าทาเยอะไม่งั้นนางไหลเข้าตาแล้ว แสบมากๆค่ะ ตอนทานี้ต้องกะปริมาณดีๆเพราะเนื้อนางเข้มข้นมากๆ สำหรับเราถือว่าดีมากใช้ช่วยเรื่องการลดบวมและกระชับผิวค่ะ ส่วนเรื่องแพนด้านั้นก็ไมได่ทำให้โทรมไปกว่าเดิมค่ะ รอบดวงตาก็ดูสดใสไปตามสภาพ ไม่ดูเหมือนรุมโทรมมาก็โอเคค่ะ คือมันสามารถงัดตาที่โทรมให้ดีขึ้นได้อยู่น้า

Multi-Peptide Serum for Hair Density

ดีใจมากๆตอนที่เห็นว่านางมีProducts สำหรับผม รีบสอยมาทันทีได้ไม่คิดอะไร ตัวนี้นางยัดส่วนผสมมาเยอะมากทั้ง Peptides ,คาเฟอีน แล้วก็ประโคมสารแปลกๆจากพีชมาอีกมากมาย โดยจะช่วยฟื้นผมให้ดูมีความหนาแน่นและมีสุขภาพดีขึ้นค่ะ  หยดๆไปตามแนวหนังศรีษะแล้วก็นวดๆๆให้มันซึมๆ

ตัวนี้ใช้มาเรื่อยๆหลายขวดแล้วค่ะ เนื่องจากเราเป็นคนผมบางและเส้นเล็กมากๆ พวกHair Serum ที่ขายมันมีเคลมๆกันอะ ตัวนี้มันดูมีอะไรชัดเจนดี เลยใช้แต่ตัวนี้มาตลอดค่ะ ส่วนตัวผมร่วงน้อยลง เวลาสางๆนางก็ไม่ค่อยหลุดติดมือ ผมมันจะดูฟูแบบแน่นๆ ไม่ลู้ปลิวอ่อนแอไปตามลมค่ะ หนังศรีษะไม่แห้งไม่มันกลับมาสมดุลปกติดี ระหว่างวันก็ไม่รู้สึกว่าคันอะไร ผมที่ขึ้นมาใหม่ไม่ได้หนาหรือเส้นใหญ่กว่าเดิมแต่รู้สึกว่าผมยาวเร็วแล้วก็แข็งแรงไม่ค่อยเปลาะร่วง ลูกผมไรผมดูหนาเข้มขึ้นดูไม่เหว้าแหว่งดีค่ะ

คิดว่าจะใช้ตัวนี้ไปตลอดค่ะ เพราะมันรู้สึกได้ผลที่สุดตั้งแต่ใช้Hair Serum มาแล้ว แนะนำที่ใครใช้มาหลายๆยี้ห้อแล้วไม่ค่อยพอใจแนะนำให้ลองตัวนี้ค่ะ ดีจริงๆนะ

Coverage Foundation

ปิดท้ายด้วยLine Colour ของนางค่ะ รองพื้นของแบรนด์นี้จะมีสองรุ่น คือรุ่นปกปิดบางเบา กับปกปิดแบบจัดเต็ม เราเลือกแบบจัดเต็มมาค่ะ เม็ดสีรองพื้นนางเข้มข้นจริง แล้วก็มีสีให้เลือกเยอะมากกกกๆทั้งโทนเหลือโทนชมพู ขาวหรือเข้มนางมีหมด นี้จัดมาสีเดียวลองแล้วออกเหลืองดีซ่านไปนิด อยากจะไปซื้อสีอื่นมาผสมเหมือนกันค่ะ

รุ่นนี้ปกปิดได้ดี ใช้ลงย้ำๆตามจุดเป็นคอนซีลเลอร์ได้ด้วยนะคะ เนื้อเค้าบางเบาลงเยอะก็ไม่หนักหน้าค่ะ มีกันแดดมาให้ spf15 ด้วย เป็น Every Day Foundation ได้ อยู่ทนทั้งวันถ้าใช้กับPrimer เนื้อแบบเบาๆเหมือนกัน ก็จะยิ่งติดแน่นทนนานขึ้นค่ะ

………………………………………………………………………………………..

จบแล้วนะคะสำหรับ The Ordinary ถือว่าเป็นของบำรุงผิวที่หลากหลายสูตร ใช้ร่วมกันแล้วเห็นผลดี ราคาจับต้องได้ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

[ไตรภาค แบรนด์จาก Deciem 2 ] : Hylamide สกินแคร์ชุ่มฉ่ำที่มีความเข้มข้นและสูตรหลากหลาย

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันกับ ภาคต่อของ Content Review แบรนด์จากร้าน Deciem กันนะคะ  Review นี้จะพูดถึงแบรด์ที่เป็นพี่คนกลาง Hylamide ค่ะ (พี่คนโต คือ NIOD ส่วนลูกคนเล็กคือ The Ordinary ค่ะ)

สำหรับ Hylamide นั้น จะเป็นแบรนด์ที่ขยับโตขึ้นมาหน่อยจาก The Ordinary ค่ะ โดยเค้าปรับสูตรให้มีหลากหลายส่วนผสม เข้มข้นมากขึ้น สำหรับที่เราเข้าใจคือเค้าจะเอาส่วนผสมที่เห็นผลไปในทางเดียวกันมาทำสูตรรวมกันค่ะ ไม่เหมือน The Ordinary ที่จะเป็นส่วนผสมเดียวหรือสองตัวโดดๆ ทำให้รู้สึกว่า Hylamide จะใช้ง่ายกว่าเล็กน้อย ไม่ต้องใช้หลายๆตัวแบบ The Ordinary  คอนเซปเค้าจะเป็น Multi Dept , Multi function ก็คือเข้มข้มและทำงานต่อผิวได้หลากหลายค่ะ

สำหรับแพคเกจของ Hylamide จะยังเรียบง่ายเหมือนเดิมแต่ดูใส่สีสันเข้ามาเพิ่มค่ะ เรทราคาจะอยู่ตั้งแต่  500 บาท ปลายจนถึง1000 นิดๆค่ะ ส่วนตัวว่าชื่อว่า Hylamide อาจจะเป็นเพราะในสูตรของหลายๆตัวจะมี Hyaluron หรือส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่นมาก็ได้นะคะ เพราะทุกตัวนั้นให้ความชุ่มชื่นดีมากๆค่ะ

แบรนด์Hylamide ก็แบ่งเป็น 2 regimens เช่นเดิมค่ะ Core ที่ดูแลผิว Over all กับ Booster ที่ดูแลผิวตามปัญหาค่ะ

Hylamide Core Series Regimen : $72.21

อันนี้เป็นเซทพื้นฐาน 4 ชิ้นของแบรนด์นี้ค่ะ สามารถซื้อแยกแต่ละตัวได้ เป็น4 ขั้นตอนการบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวOver All ดูมีสุขภาพดีค่ะ แต่ละตัวแต่ละฟังค์ชั่นเป็นยังไงบ้าง มาดูกันค่ะ

Step 1 Hylamide : High-Efficiency Face Cleanser 120 ml $18

เริ่มกันที่สเตปแรก Cleanser กับตัวนี้จะเป็นคลีนซิ่งเนื้อน้ำ เค้าเคลมว่าสามารถล้างพวกเมคอัพได้ด้วยนะคะ บีบๆใส่มือ ทาๆวนๆทั่วหน้าแล้วพอแตะน้ำเนื้อ Cleanser จะกลายเป็นน้ำนมค่ะ

ตัวCleansing อย่างที่บอกว่าจะใช้แบบหน้าเปียกหรือใช้ลบเมคอัพก็ได้ กลิ่นจะแปลกๆหน่อยค่ะ ส่วนตัวแล้วมันถือว่าเมคอัพได้จริงๆด้วยค่ะ แบบใช้ตอนแต่งหน้าแบบ Full Make Up ก็ได้ แต่อาจจะต้องใช้หลายๆรอบ ถูๆวนๆไปนานหน่อยว่าจะออกหมดนะคะ ล้างเมคอัพที่ตาได้ สำหรับเรามันล้างพวก Eye Make up ออกด้วยค่ะ พวกอายไลเนอร์ มาสคาร่า ถูๆไป เอาออกได้ เข้าตานิดๆหน่อยแล้วไม่แสบอะไร เมื่อโดนน้ำเค้าจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำนมแทน ไม่มีฟอง ทำให้เวลาใช้ช่วงแรกๆจะรู้สึกไม่ค่อยชินว่าไม่สะอาด แต่ก็วนๆไปให้ชัวร์ว่าทั่วหน้า พอล้างออกก็รู้สึกได้ว่าสะอาดและอ่อนโยนดี หน้าจะชุ่มชื่นมากกว่าใช้โฟมทั่วไปๆล้างค่ะ

สูตรของเค้าจะเป็นระหว่างอิมัลชั่นน้ำนมกับ Remover Oil รวมกันได้อย่างน่าประหลาดนะคะ ถือว่าเป็นคลีนซิ่งที่อ่อนโยน ทำให้หน้าชุ่มชื่นมากๆไม่รู้สึกถึงหน้าเอีียดๆเลย แล้วก็ล้างได้สะอาดดีด้วยค่ะ ตัวนี้ไม่ช่วยรักษาสิวนะคะแต่ตอนเป็นสิวใช่ได้เพราะมันอ่อนโยนอยุ่เหมือนกันค่ะ

………………………………………………………………………………………….

Step 2 Hylamide: Sub Q Mist 120ml $15

มาขั้นตอน Prep ผิวหลังล้างหน้า ตัวนี้จะเรียกว่าเป็น Toner หรือ lotion น้ำตบอะไรก็ไม่แน่ใจ เค้าออกแบบมาเป็นMist พ่นๆเอาค่ะ กลิ่นก็ยังไม่ได้ดีเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้แย่มาก ออกแนวเคมีๆเหมือนกัน ตัวนี้หลักๆเลยก็คือให้ความชุ่มชื่นค่ะ ฉีดเป็น Moisturizer Mist ให้ผิว เป็นการเตรียมการก่อนลงSkin Care ขั้นถัดไป จะให้ความชุ่มชื่นแต่ไม่ทำให้ผิวมัน ช่วยลดการระคายเคืองได้ด้วย เวลาคัน ผิวระคายเคืองหรือเกาไรมาผิวแดงฉีดตัวนี้จะรู้สึกบรรเทาลงได้ค่ะ

Mist ตัวนี้สำหรับเราจริงๆมันก็ไม่ได้เห็นผลอะไรมากกว่าให้ความชุ่มชื่นแหละค่ะ แต่มันก็พิเศษตรงที่ว่าใช้แล้วมันรู้สึกดีกว่าน้ำตบหรือโทนเนอร์ทั่วไป ช่วงที่ใช้ฉีดๆ ตบๆ แล้วรู้สึกได้ว่าผิวมันฟูๆดี พวกอาการระคายเคืองอะไรก็เบาๆลงเยอะค่ะ ตัวนี้เราเอาไว้ฉีดพกเติมความชุ่มชื่นระหว่างวันด้วย สรุปตัวนี้ไม่ซื้อก็ได้ ไม่ได้เห็นผลเวอร์วังอะไรขนาดนั้นค่ะ

…………………………………………………………………………………………………….

Step 3 Hylamide SubQ Skin 30 ml $26

Serum ตัวนี้ถือว่าเป็น Highlgith และตัวขายดี คนพูดถึงกันเยอะของ Hylamide ค่ะ ใครอยากเริ่มลองแบรนด์นี้ ก็ลองซื้อตัวนี้ดูได้เลย Serum ตัวนี้เป็นสูตรที่มี hyaluronic complexes หลายโมเลกุล (นางว่าใส่มา 5 ตัว) รวมกับ พวกPeptide หลายๆตัวยัดเข้ามาอีก ก็คือนางช่วยทั้งเรื่องความชุ่มชื่น ผิวแน่นฟู แล้วก็ยังช่วยพวกเรื่องริ้วรอย (เคลมว่าช่วยพวกfineline ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า) ด้วยอีกค่ะ ถือว่าครบจบเลยในตัวเดียว ใครอยากหน้าใสก็หาพวกWhitening มาเพิ่มอีกStep นึงก็น่าจะเพียงพอค่ะ

ตอนแรกนึกว่าเนื้อมันคงข้นหนัก แต่ไม่เลยเนื้อเหลวบางเบามากๆ หยด 4-5 หยดก็ปาดได้ทั่วหน้าและลำคอค่ะ สำหรับเราตัวนี้รู้สึกได้ว่าเออหน้ามันแน่นและกระชับขึ้นจริงๆแหละค่ะ พวกริ้วรอยอาจจะยังไม่รู้สึกหายไป แต่ตรงร่องแก้มเวลานอนดึกหรือโดนแดดแล้วหน้าจะกร้านมากๆ พอมาใช้ตัวนี้ รู้สึกได้ว่าดีขึ้นนะคะ หน้ารู้สึกแน่นๆเด้งจริง ส่วนตัวเคยใช้ ตัว Buffet ของ The Oridinary ก็ว่าดีแล้ว พอมาเจอตัวนี้ ชอบมากกว่าค่ะ เพราะเห็นผลกว่าว่ามันหน้าดูเด้งมากๆ ระหว่างวันหน้าจะดูอิ่มไม่ขาดน้ำเลยค่ะ ตัวนี้อยากจะแนะนำสำหรับทุกคนจริงๆ สามารถใช้ได้ทั้งหน้าเลยค่ะ ตอนทานี้เราทาตั้งรอบดวงตา รอบริมฝีปากด้วย ให้ความแน่นฟูดีมากๆ

……………………………………………………………………………………………………….

Step 4 Hylamide : Sub Q Eyes 15 ml $19

ตัวสุดท้ายใน Core Series จะเป็นEye Serum ที่สุดจะเข้มข้น หยดนิดเดียวทาได้ทั่วตาแถมมาทาหน้าต่อได้อีกค่ะ จริงๆ Eye Products ของ Deciem ทุกแบรนด์นี้คือถ่าคุ้มนะคะ ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ชาติเศษ เนื้อจะเข้มข้นมากๆค่ะ

Eye Serum ตัวนี้เค้าเคลมว่าช่วยเรื่อง Overall ของรอบดวงตาค่ะ  ลดรอยคล้ำและอาการบวมใต้ตา ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูกระชับขึ้น ช่วยลดริ้วรอยแบบตีนกาได้ด้วยนะคะถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนตัวว่าตัวนี้ไม่ได้เห็นผลอะไรชัดเจนเท่าตัวขวดม่วงค่ะ รอบดวงตาไม่ได้แบบรอยคล้ำหาย หรือริ้วรอยหายไป แค่ดูไม่โทรมไม่แย่ลงค่ะ ก็ถือว่าใช้ได้ ใช้ไปเรื่อยๆสำหรับEye Serum ตัวนี้เพราะมันใช้ได้นานมากๆค่ะ ให้ความชุ่มชื่นได้ดี เวลาผิวรอบดวงตาแห้งๆกรังมากๆ ตัวนี้พอเอาอยู่ค่ะ ผิวรอบดวงตาจะฟูขึ้นมานิดหน่อย

…………………………………………………………………………………….

หมดไปกับ Core Seires มาถึงในโซน Boosterค่ะ เราสอยมาตัวเดียวเพราะคอนเซปมันน่าสนใจดี

Hylamide : Glow 30 ml $19

ปกติทั่วไปเค้าจะมีแต่ Serum ที่เป็นแบบ Whitening หรือพวก Vit C ให้ผิวไบรท์ใช่มั้ยค่ะ ตัวนี้มากลับกันค่ะ มันเป็นSerum Booster ที่ทำให้ผิวดูโกลว ดูเนียน ดูเป็นสีแทนมากขึ้นค่ะ เค้าจะมีเหมือนเป็นประกายสีทองเม็ดสีเล็กๆอยู่ในเนื้อSerum โดยเค้าจะเข้าไปปรับผิวให้ดูสีผิวเรียบเนียนเสมอกันและมีความโกลวออกมาที่สีผิวค่ะ ตอนอ่านคอนเซปตัวนี้ก็น่าสนใจมากเลยหยิบเพราะบางทีฟีลเบื่อๆWhitening อยากผิวโกลวแทนดูบ้างแบบเทรนด์ฝรั่ง อยากได้ลุคแบบบ่มแดดมา

ตัวSerum จะเป็นหยดๆ สีน้ำตาลค่ะ ทาลงไปบนผิวจะเห็นเป็นประกายสีส้มๆทองๆ ทาได้เช้าเย็นเหมือน Skincareปกติเลยค่ะ มันจะช่วยทั้งเรื่องความชุ่มชื่นเป็น Moisturiser ที่ดีอยู่ สำหรับเราที่มีผิวสองสีอยู่แล้วไม่ค่อยเห็นผลว่าโกลวแทนขึ้นซักเท่าไหร่ค่ะ แต่ที่รู้สึกได้คือสีผิวทั่วใบหน้ามันเนียนเสมอทั่วกัน คือปกติมันมีบางส่วนของหน้าที่สีไม่เท่ากันถูกมั้ยค่ะ แต่ตัวนี้มันทำให้หน้าดูเนียนเรียบไปเสมอกันดีค่ะ   สำหรับเพื่อนที่ผิวขาวมากๆลองใช้ไปซักวีคก็พบว่าเออมันปรับผิวให้ดูแทนๆขึ้นได้จริงเป็น Self-Tanner Serum ได้ แต่ฟีลตัวนีมันกำกึ่งระหว่าง Skincare กับ Make Upเหมือนกันเพราะว่าพอล้างหน้าแล้วมันก็ไม่เป็นติดความแทนอยู่ที่หน้าหรืออะไร คือมันใช้เป็นBase Make Up ผสมหรือลงก่อนเมคอัพเพื่อปรับผิวให้ดูโกลวหรือแทนขึ้นก็ได้ค่ะ หรือหยดผสมบอดี้โลชั่นทาผิวให้เสมอกันกับใบหน้าก็เก๋ไปอีก

ถือว่าเป็นอีกSerum ที่น่าสนใจเพราะเราว่ามันดูใช้งานได้หลากหลายดี แต่ให้ระวังล้างมือให้ดีๆหลังทาตัวนี้นะคะ ไม่งั้นนิ้วจะติดสีส้มน้ำตาลค่ะ

…………………………………………………………………………………………….

สำหรับแบรนด์ Hylamide ก็ถือว่าเป็นอีกแบรนด์ที่น่าสนใจและมี Producst หลากหลายตอบความต้องการของผิวและใช้ง่าย คอนเซปไม่ยุ่งยากนะคะ สำหรับเราถือว่าไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนเท่าไหร่ แต่อยากเชียร์ SubQ Serum ขวดสีม่วงเพราะมันดีจริงๆค่ะ

 

 

 

[ไตรภาค แบรนด์จาก Deciem ] : NIOD นวัตกรรมใหม่ของสกินแคร์ดูแลผิว

สวัสดีค่าทุกๆคน สำหรับ Content Review อันนี้จะทำแบบ ไตรภาค Sequel กันนะคะ จะมาพูดถึงSkincare แบรนด์ย่อยต่างๆ ของร้าน Deciem กันค่ะ

ขอเกริ่นก่อนละกันนะคะ สำหรับร้าน Deciem จะเป็นร้านหรือแบรนด์สกินแคร์จากแคนนาคา โดยเค้าจะมีShop เปิดอยู่ทั่วยุโรป ,UK ,US ส่วนในเอเชียตอนนี้ที่เชคล่าสุดจะมีแค่ที่เกาหลีใต้ค่ะ Deceim เนี่ยเค้าจะเน้นทำสินค้าแนวสกินแคร์ที่มีส่วนผสมเข้มข้น (Maximum Dose) หรือส่วนผสมที่เป็นสูตรที่เห็นผลได้จริงไม่เน้นความหรูหรา หรือสัมผัส หรือกลิ่นที่ฟุ่มเฟือยค่ะ รวมถึงเค้ายังชอบให้พวกนวัตกรรมใหม่มาใช้กับสกินแคร์แบรนด์ของเค้าอยู่ตลอดค่ะ โดยร้าน Deciem เองก็จะมีสินค้าหลายแบรนด์ย่อยรวมกันไปอีกนะคะ เช่น NIOD , HYLAMIDE,The Chemistry Brand  หรือว่าจะเห็นแบรนด์ที่ฮิตกันอย่างถล่มทลายในประเทศไทยเราก็คือ The Ordinary นั้นเองค่ะ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าสำหรับแบรนด์ NIOD นั้นเท่าที่ดูเหมือนจะเป็นแบรนด์ท็อปไลน์สุดของ Deciem นะคะ (เราวัดจากจากราคาค่ะ 555 ) จริงๆแล้วก็ชอบConcept ของแบรนด์เค้าด้วยแหละค่ะ เค้าเคลมว่าใช้ส่วนผสมที่ทันสมัยแล้วใช้เทคโนโลยีวิทยาศาตร์ผิวหนังมาประยุกต์กับSkincare ทำให้ใช่ง่ายไม่ซับซ้อนแล้วก็เห็นผลไวและแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุดค่ะ  แพคเกจก็จะเป็นเรียบขาวดำ ไม่หวือหวาดี ดูเรียบๆแต่ก็น่าใช้ค่ะ

สำหรับการใช้Skincare ของแบรนด์นี้เค้าจะแบ่ง 2 part นะคะ โดยจะมี Core Regimen ที่เป็นตัวบำรุงผิวหลักแบบองค์รวมให้ผิวมีสุขภาพดีกับ Support Regimen ที่เป็นตัวช่วยตามปัญหาต่างๆของผิวแยกกันไปค่ะ

………………………………………………………………….

NIOD : SUPEROXIDE DISMUTASE SACCHARIDE MIST 240 ml $58

เหมาะสำหรับสายป้องกัน สายอุ้ยชั้นกลัวมลภาวะ สายตื่นตระหนก

จริงๆแล้วตัวนี้ถือว่าเป็น Support Regimen ค่ะ ตอนแรกเราตั้งใจซื้อตัวไฮไลท์ของแบรนด์นี้เค้าที่เป็น Copper Amino Isolate Serum 2:1 ที่เป็น Copper Peptide Serum ช่วยเรื่องลดริ้วอย แต่มันต้องผสมให้วุ่นวาย คนขายเค้าเลยแนะนำตัวนี้มาค่ะ นางบอกว่าตัวนี้ก็ดี เนื้อมันเบากว่า มีCopper Peptide มาด้วยถึงไม่เข้มข้นเท่า สามารถเพิ่มไปในขั้นตอนการบำรุงผิวได้ไม่ยุ่งยากหรือกลัวว่าจะทาทับครีมก่อนหน้า เชื่อนางเลยจัดมาค่ะ

ตัวนี้เป็นสเปร์ยเซรั่มน้ำสีฟ้าๆ หลักๆคือช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื่นของผิวหนังค่ะ มีส่วนผสมหลักของ Yeast-Derived Superoxide Dismutase (SOD) ช่วยเรื่องปกป้องผิวจากรังสี uv ค่ะก็คือเค้าช่วยป้องกันพวกผลเสียจากแสงแดดต่อผิวเรา (แก่ เหี่ยว ดำคล้ำ) ลดการอับเสบของผิวแล้วก็ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว แล้วก็พวกสุขภาพผิวโดยรวมจะฟื้นฟูเร็วขึ้นและดีขึ้นค่ะ

เราใช้เป็นตัวแรกเช้าเย็นก่อนหลังล้างหน้าก่อนลง Lotion หรือ Toner ค่ะ อย่างที่บอกเป็น Mist ที่เนื้อเบามากๆ ฉีดให้ทั่วหน้า ถ้าไม่กลัวเปลืองก็ฉีดแขนฉีดตัวไปด้วยเพราะระหว่างก็โดนแดด เสร็จก็ตบๆๆ ให้มันซึมเข้าผิวแล้วบำรุงต่อค่ะ

สำหรับเราตัวนี้เป็นตัวที่ชอบมากๆเลย เหมามาสองสามขวดเพราะอย่างที่บอกว่าเนื้อมันเบามากๆ กลิ่นไม่ค่อยเหม็นเท่าไหร่ ฉีดๆแล้วก็ตบให้ทั่ว รู้สึกได้ว่าพอลงProducts อื่นแล้วมันทำงานได้ดีและรู้สึกซึมเข้าหนังหน้าได้ดีขึ้นค่ะ ใช้ช่วงกลางวันแล้วรู้สึกว่าเวลาโดนแดดหรือโดนฝุ่นแล้วผิวหน้าเราจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร คือรู้สึกว่าหนังหน้าฉันสู้แดดสู้ฝนได้ไม่เป็นไร ฉันไม่โทรมลงประมาณนี้ค่ะ ฉีดระหว่างวันก็ทำหน้าตื่นๆไม่ง่วงไม่หงอยดีค่ะ ไม่ทำหน้ามันขึ้นนะคะ สำหรับใครผิวแห้งก็คิดว่าหน้าก็ชุ่มชื่นเพิ่มขึ้นเหมือนกัน สำหรับเรื่องช่วยริ้วรอยมัั้ยสำหรับเราไม่เห็นผลขนาดนั้นค่ะ แต่จาการที่ใช้มันมาตลอดสองขวด อย่างนึงที่คอนเฟิร์มได้เลยคือหน้าไม่โทรม ไม่รู้สึกกร้านแดดกร้านลมเลยค่ะ เหมาะไว้ใช้ยาวๆให้ผิวไม่โทรมลงและทำให้สุขภาพผิวดีนะคะตัวนี้

………………………………………………………………….

NIOD : MODOLATING GLUCOSIDES 30 ml $33 

เหมาะสำหรับสายหน้าแดงเหมือนเมาเหล้า สายหน้าชั้นแหกรึยังแก สายลดความอักเสบ

อีกตัวใน Core Regimen นะคะ ถ้าตัว SOD Mist เคลมว่าช่วยปกป้องผิว ตัว Moduling Glucosides นี้เราว่ามันช่วยบรรทาอาการหรือรักษาพวกแนวๆผิวอักเสบหรือพวกรอยแดง รอยเบิร์ยได้ดีมากๆค่ะ สำหรับเราเราชอบตัวนี้มากๆค่ะ

เป็นอิมัลชั่นเนื้อสีเหลืองเข้มข้น กลิ่นนี้ไม่หอมเท่าไหร่ จริงๆผลิตภัณฑ์หลายๆตัวของ NIOD กลิ่นไม่ค่อยดีค่ะเนื่องจากเค้าไม่ใส่น้ำหอมมา เนื้อตัวนี้จะเหลืองๆข้นมากๆ ทา เช้าเย็นได้

ตัวนี้จะหลักๆเลยจะช่วยซ่อมแซมผิวค่ะ ช่วยผิวจากพวกลดอาการอักเสบ อาการคัน ลดรอยแดง ผิวไหม้ได้ด้วยค่ะ แล้วก็ให้ความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดีได้อีกด้วยเช่นกัน มีส่วนผสมของ Glucosides ที่เค้าเคลมว่ามันจะไปช่วยคุยกับผิวเราให้ทำงานให้ผิวสมดุลขึ้นค่ะ (เวอร์มาก555)

สำหรับเราตัวนี้ชอบมากๆๆๆ เพราะมันเห็นผลได้จริง คือปกติหน้าเราจะคล้ายๆเป็นอาการแบบเซบเดิร์มค่ะ คือเวลาโดนแดดโดนลมโดนฝนแล้วมันจะแดงง่ายมากๆบางก็อาจจะกำเริบไปคันแบบเซ็บเดิร์มเลยก็มี หรือบางมีลองProducts ใหม่ๆหรือล้างเมคอัพไม่ะสะอาดแล้วสิวก็จะมาง่าย แต่พอมาได้ใช้ตัวนี้ประมาณอาทิตย์นึง พวกรอยแดงจ้ำๆตามผิวนี้ลดลงไปเยอะมากๆหน้าดูไม่ค่อยแดง อาจจะเพราะส่วนผสมด้วยหรือเค้าอาจะใช้เทคนิค Color Correting มาด้วย เพราะเนื่อมันเป็นสีเหลืองข้นเอาไปกลบสีแดง 555 หน้าจะดูเกลี้ยงๆเนียนๆขึ้นด้วยค่ะ ผิวหน้าดูไม่มีรอยจ้ำแดงๆหรืออาการอักเสบจริงๆค่ะ นี้คือคอนเฟิร์มว่า2-3 วันก็รู้สึกได้แล้ว อาการคันคะยิบๆเวลาเจอฝุ่นก็ไม่มีเวลาใช้ตัวนี้ค่ะ สำหรับสิวอักเสบมันก็ช่วยลดการอักเสบได้ แต่ไม่ถึงขนาดสิวหายสิวยุบนะคะ ก็ต้องรักษสิวไปตามอาการอยู่ดีเพียงแต่ไม่อักเสบไปมากกกว่าเดิมค่ะ โดยรวมแล้วตัวนี้ช่วยได้เรื่องการอักเสบ คันๆ ผิวมีรอยแดง มันเริ่ด! มันช่วยได้! ถ้ามันซื้อกันง่ายๆก็นะคะ ตามเวปหรือร้านหิ้วไม่ค่อยเอาตัวนี้มาขายกัน เราว่ามันดีมาก

………………………………………………………………………..

NIOD : HYDRATION VACCINE 100 ml $98

เหมาะสำหรับสายหน้าแห้งกรัง สายวิตกกังวลว่าหน้าไม่มีความชุ่มชื่น สายอยากหน้าฉ่ำ

Support Regimen ที่มีคุณสมบัติตามชื่อค่ะ คือให้ความชุ่มชื่นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จะหน้าแห้งขาดน้ำ ผิวไม่สมดุล ผิวไม่บาลานซ์จะอะไรก็แล้วแต่ ขอให้มาลองตัวนี้ นางเคลมว่าช่วยให้ผิวหนังให้ “หายใจ” มากขึ้น ตัวนี้จะช่วยทั้งป้องกันการระเหยน้ำของผิวแล้วก็ให้ความชุ่มชื่นกับผิวด้วย 2 เวย์เลยค่ะ ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในผิวแล้วผิวก็จะดูอิ่มฟูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ

เนื้อHydration Vaccine นี้เข้มข้นมากๆๆ สำหรับเรามันเรียกได้ว่าเป็นเนื้อบาล์มเลยค่ะ อันนี้ใช้เกือบหมดหลอดแล้ว เพราะมันดีค่ะ

ด้วยความที่เนื้อมันเข้มข้นมากๆ บีบนิดเดียวก็เกลี่ยๆได้ทั่วหน้าแล้วค่ะ สำหรับเราใช้ทุกครั้ง ยังไงก็รู้สึกเหนอะค่ะ ตัวนี้เราว่ามันเหมาะกับใช้กับProducts ตัวมันเองเดี่ยวหรือลงProducts ที่เนื้อเบามากๆก่อน ถึงจะลงตัวนี้ค่ะ ตัวนี้ถ้าลง Skincare หลายๆLayer มาก่อน บอกเลยว่าไม่รอดค่ะ นางBall up เป็นขุยๆ ไม่ซึมหนังหน้าเลยค่ะ เหมาะกับใช้กลางคืนนะคะ เพราะต่อให้หน้าแห้งใช้กลางวันก็ยังถือว่ามันเข้มไปค่ะ จะแอบบ่นว่าแกก็ใช้ยากเหมือนกันนะคะ เจ้าตัวนี้ สำหรับผิวแห้งตัวนี้ช่วยได้จริงๆใครที่เบื่อๆ Products เติมความชุ่มชื่นให้มาลองตัวนี้ได้ค่ะ สำหรับผิวมันอันนี้ไม่แน่ใจเลยค่ะ อาจจะต้องลดปริมาณลง และสำหรับเมืองไทยก็อาจจะข้นไป ให้ปรับการใช้เอาค่ะ

สำหรับตัวนี้เราก็คิดว่ามันเป็น Hydration Vaccine จริงๆตามชื่อมันนะคะ คือให้ความชุ่มชื่น ผิวนุ่มเนียนและลดริ้วรอยจากความแห้งกร้านได้ดีจริงๆค่ะ ไม่พูดถึงเรื่องผิวมันผิวผิวแห้งนะเพราะก็ปรับกันไปตามสภาพ แต่ในเรื่องความชุ่มชื่นแล้วมันดีจริงๆค่ะ ทาแล้วจะอิ่มตึงจริงๆตื่นเช้ามา พวกตรงไหนที่ลอกๆนางก็ช่วยได้เป็นอย่างดี เราเอามาทาปากเป็นลิบบาล์มก็ดีเหมือนกันค่ะ ที่เราชอบมากอีกอย่างคือนางช่วยให้สันจมูกซิลิโคนที่ลอกๆหรือแห้งเพราะตึงซิลิโคนกลับมาเป็นปกติผิวได้เหมือนส่วนอื่นด้วยค่ะ ชอบมากๆ พูดง่ายๆคือนางเป็นบาล์มสารพัดประโยช์นเลยละกันที่ทาไปตรงไหนก็ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี  สำหรับเราทาโบกแล้วสิวไม่ขึ้นนะคะ แต่อาจะให้ระวังขุย หน้าจะดูนุ่มดูอิ่มฟูเด้งๆดึ๋งๆมากๆ พวก Fine line เส้นบางๆริ้วรอยที่เกิดจากความขาดความชุ่มชื่น ตัวนี้ช่วยเข้าไปเติมเต็มได้ค่ะ หน้าจะเรียบเนียนขึ้น แต้มน้อยๆเอามาทำเป็นไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าตอนเช้าด้วยก็ดีค่ะ

…………………………………………………………………………………………………..

NIOD : RE:PIGMENT 30 ml $81

เหมาะสำหรับสายจุดด่างรอยดำเยอะ สายอยากหน้าเกลี้ยงเป็นไข่ปอก

มาค่ะ สำหรับตัว Whitening ตัวแบรนด์นี้มันจะเริ่ดแค่ไหน ขอลองใช้หน่อยสิ ตัวนี้เคลมว่าช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้ากระ รวมถึงรอยดำคล้ำบนใบหน้าซึ่งเรามีเยอะมากๆพวกรอยสิวค่ะ ตอนจะหยิบแล้วอ่านส่วนผสมคือนางใส่อะไรมาที่ไม่คุ้นในพวกWhitening ที่เคยลองใช้เลยค่ะ คือไม่คุ้นเลย นางว่าพวกเห็ด Shitake หมัก ,diglucosyl gallic ที่นางว่าขาวไวกว่าโคจิก และอะไรอีกงงๆเลยคิดว่าเออเอาวะ ลองกันดูซักตั้งว่าเริ่ดแค่ไหน อ่านตัวคอนเซปตัวนี้แล้ว เค้าเน้นว่าช่วย  Pigment Irregarities หรือพวกจุดด่างดำใต้ผิวหนังนะคะ ไม่ได้บอกว่าช่วยเรื่อง Tone สีผิว เพราฉะนั้นก็คิดว่ามันคงช่วยลดรอยแต่ไม่ทำให้ผิวกระจ่างใสแบบเปลี่ยนเบอร์แป้งอะไรพวกนั้นค่ะ

ตัวเซรั่มเป็นเนื้อน้ำเหลวๆเบามากๆ แล้วก็มีกลิ่นหอมแบบของหมักๆค่ะ ซึ่งเราว่ากลิ่นเจ้าตัวนี้โอเคน่าใช้สุดใน NIOD Products ที่ใช้มาแล้วค่ะ จะมีสีออกน้ำตาลหน่อย กลิ่นออกหวานๆดี ทาแล้วก็ซึมไปกับใบหน้าได้ดี รอแปปๆแล้วค่อยลงตัวอื่นต่อ ตัวความที่มันบอกว่าช่วยเรื่องรอยดำ เราก็จะทาวนๆไปตรงรอยดำ (ซึ้งก็ทั่วใบหน้าแหละค่ะเพราะมีรอยดำเต็มไปหมด)

สำหรับตัวนี้เราทาทุกวันไปซักสองอาทิตย์ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่ารอยดำ รอยสิวมันหายไปเลย ด้วยความที่เรามีรอยดำจากสิวเยอะมากๆค่ะ แต่รู้สึกว่าตรงแก้มที่มีรอยดำเยอะๆมันดูกระจ่างใสขึ้นค่ะ บวกกับเจอคนอื่นแล้วคนอื่นทักว่าหน้าใสขึ้นไม่ค่อยเห็นรอยสิวเยอะเหมือนแต่ก่อน ก็เลยรู้สึกว่าเออมันอาจะเห็นผลก็ได้นะคะ ก็ใช้มาต่อเรื่อยๆค่ะ มารู้สึกว่ามันดีตรงที่เออ รอยสิวใหม่ๆมันไม่ค่อยดำแล้วก็จางดีค่ะ ยิ่งเวลาแต่งหน้าแล้วต้องลงรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ตามรอยดำๆ ก็ไม่ต้องลงเยอะแล้วหรือไม่ต้องลงเลย ลงแต่แป้งปรับโทน หน้าดูเนียนๆดีค่ะ รอยดำไม่โดดเด่นมาก เราว่ามันน่าจะได้ผลกับคนที่มีฝ้าด้วยก็ได้นะคะ ด้วยความที่เราไม่มีอาจจะไม่รู้สึก แต่โอเคคอนเฟิร์มว่ามันช่วยเรื่องรอยดำให้จางลงได้จริงๆ เบาๆ หน้าจะกระจ่างใสขึ้นมา ถึงเราจะบอกว่ามันช่วยเบาๆ แต่รู้สึกว่าเห็นผลไวกว่าตัวลดจุดด่างดำอื่นๆที่เคยลองมาค่ะ คือตัวนี้สองอาทิตย์รู้สึกได้เลย ในขณะที่ตัวอื่น จะหมดขวดแล้วถึงจะมารู้สึก ค่ะ ขาดว่าต้องใช้ไปเรื่อยๆ ซักสามสี่เดือนถึงจะเห็นผลว่าจุดด่างดำลดลงไปเกือบหายนะคะ ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกให้สำหรับคนใช้มองหา Whitening ที่ลดเลือนจุดด่างดำนะคะ

………………………………………………………………………………………………………….

NIOD: FRACTIONATED EYE CONTOUR CONCENTRATE 15 ml $79

เหมาะสำหรับ ดวงตาคู่สวยของทุกๆคน

ตัวนี้เป็นEye Serum แบบเข้มข้นอีกตัวที่เคลมว่านางช่วยครบหมดของทุกสภาพปัญหารอบดวงตา ทั้งความคล้ำ ความเหนื่อยล้า ลดบวมแถมช่วยรดริ้วรอยอีก ส่วนตัวตอนหยิบก็ว่าเวอร์เพราะเชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ทุกคนยังไม่เจอEye Serum ที่ตามหาหรอก ยังไงฉันก็ต้องโบกคอนซีลเลอร์ทับอยู่ดีย่ะ ตัวSerum ว่ายัดมาทั้งPeptide,Collagen และ Hyaluronic มาให้หมดค่ะ ถามว่าสุดท้ายหยิบมามั้ย? จะเหลือเหรอคะ

ตัวเซรั่มเป็นน้ำใสๆออกอมเหลืองนิดๆ ไม่มีกลิ่นเลย ด้วยความที่มันแพงมาก 15 ml เกือบสองพันห้า เลยใช้กระจิดเดียว แต่นิดเดียวก็ได้ทาได้รอบดวงตาแล้วค่ะคงใช้ได้นานๆไปเลย ทาแล้วจะชุ่มๆหน่อยให้Tap ให้ Serum มันซึมเข้าตาซักพักค่ะ

สำหรับเรา Eye Serum ตัวนี้ทาไปอาทิตย์นึง รู้สึกได้ว่าแพนด้าความดำคล้ำไม่เพิ่มขึ้นขึ้น ออกจะทำให้รอบดวงตาดูสดใสขึ้นด้วยซ้ำ ความช้ำ ความเหนื่อยมันช่วยได้ดีค่ะ โทนสีผิวรอบดวงตาดูสว่างขึ้นนิดนึง เรื่องริ้วรอยยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ค่ะ เลยไปถามคุณแม่เพราะนางเป็นคนให้ซื้อให้นางแหละคะ เลยซื้อมาด้วยกัน นางบอกว่าเออมันดีนะลูก รู้สึกว่ามันตึงๆกระชับขึ้น ริ้วเล็กๆก็ไม่มี แต่พวกริ้วแบบตีนกาเลย ทำใจไว้แล้วคงไม่ช่วย แต่นางบอกเรื่องความดำคล้ำของนางก็ดีขึ้นเหมือนกันค่ะ นางบอกรอบๆตามันดูฟูๆขึ้น สดใสขึ้น นางให้ผ่านค่ะ คิดว่ามันช่วยรวมๆของดวงตาไม้ให้ดูโทรมไปกว่าเดิมได้จริงๆค่ะ แต่เรื่องฟื้นกลับมาให้สดใสกว่าเดิมก็ดูน่าจะเป็นไปได้ถ้าใช้ไปเรื่อยๆนะ วันไหนกินเหล้ากลางคืนมาหรือวันไหนนอนดึกๆเราก็จะโบกก่อนไปเยอะๆหน่อย มันก็ไม่ได้บวมหรือโทรมมากในตอนเช้าค่ะ ก็ถือว่าใช้ได้นานสำหรับตัวนี้คิดว่าจะไปใช้ไปเรื่อยๆ สำหรับเรื่องเมคอัพ เราลงคอนซีลเลอร์หลังจากตัวนี้ก็ไม่มีปัญหานะคะ ตัวความที่เนื้อมันเป็นน้ำเบาๆ ไม่มีปัญหาเป็นขุยหรือคอนซีลไม่ติดค่ะ

……………………………………………………………………….……

NIOD: VOICEMAIL MASQUE 50 ml $52

เหมาะสำหรับ ทุกๆคนที่อยากหน้าเด้งเร่งด่วน

ตัวเป็นตัวขายดีของแบรนด์ NIOD คนขายนางก็เชียร์ๆค่ะ ตัวนี้เป็นคล้ายเป็น Sleeping Mask เนื้อเข้มข้น เป็นอีกProducts ที่นางเคลมแรงว่าส่วนผสมจะเข้าไป พูดคุยสื่อสารกับเซลล์ผิวของเรา กระตุ้นการทำงานให้ตื่นตัวและฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นค่ะ โดยจะฟื้นฟูผิวทั้งในเรื่องของความหมองคล้ำและความอ่อนเยาว์ มีส่วนผสมของ polyphenols เข้มข้น กับพวกสารสกัดจากพืชดอกไม้ภูเขาสูงหายากแล้วก็ยังมี hyaluron เพิ่มความฉ่ำ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูมีสุขภาพดีได้รับการพักผ่อนที่ดี สดใสและสม่ำเสมอตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ 

เนื้อครีมจะเป็นครีมใสๆเข้มข้น มีความกลิ่นอมเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งเราไม่ชอบเลยเวลาพอกมันค่ะ  เค้าให้ใช้ 2-3 ครั้งต่อ อาทิตย์โดยไม่แนะนำให้ใช้โปรดักซ์อะไรก่อนเลย คือกลางคืนอาจจะลงLotion น้ำตบก่อนเล็กน้อยแล้วโบกตัวนี้เข้าไปค่ะ หน้าจะเหลือเป็นดีซ่านไปทั้งคืน เช้ามาค่อยล้างออกค่ะ

สำหรับเรา ตัวนี้คือไอเท็ม หน้าเด้งเร่งด่วน จริงๆค่ะมันช่วยฟื้นฟูผิวจากความโทรม เครียดงานเครียดเรื่องผู้ชาย หรือเครียดจากการทำงาน กินเหล้า นอนดึก หน้าโทรม ตัวนี้เราว่ามันช่วยได้ พอกไว้เลยหนาๆ ก่อนนอน (แม้ว่าจะนอนกี่โมงตาม) ตื่นมาล้างออก จากหน้าที่แห้งโทรมกรังขาดน้้ำ หน้าจะดูสดใสเหมือนทำบุญมาครบเจ็ดวัด หรือนอนมาครบสิบสองชั่วโมงค่ะ ดูสดใสเด้งๆ หน้าฉ่ำๆหน่อยๆ ส่วนตัวว่าเออหน้ามันดูขาวขึ้นๆนิดๆค่ะ โดยรวมก็คือสดใสขึ้น ปลุกพลังออกมาจากตัวแหละค่ะ แล้วก็บำรุงตอนเช้าและแต่งหน้าตามปกติ หน้าก็จะดูไม่มีพิรุธว่า เอ๊ะ เธอไปทำอะไรมาเมื่อคืน ผิวนุ่มและสดใสขึ้นได้จริงเราคอนเฟิร์ม จริงๆแล้วถ้ามีเวลา Masque ตัวนี้ตอนทา สามารถทำการนวดๆๆ ไปด้วยก็ได้ค่ะ จนกว่ามันจะซึมหมดก็ทิ้งไว้ได้แล้วค่อยมาล้างออก ผิวหน้าก็จะฟินไปอีกขั้นนึง (ถ้ามีเวลานะ)ค่ะ

…………………………………………………………………………

สรุปแล้ว ถือว่าเป็นแบรด์ที่ทำ Skincare ออกมาได้ดีจริงและคาดหวังผลลัพธุ์ได้ค่ะ ส่วนตัวคิดว่ามันใช้ง่ายๆ ตามปัญหาของผิวด้วย ไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่งยากมากมายในการใช้ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

Review Pond’s White Beauty

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเปิดกระเป๋ารีวิวสกินแคร์จากแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน เห็นกันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ เค้ามีการพัฒนาออกมาหลายสูตรหลายรุ่นกันเลยนะคะ กับแบรนด์ Pond’s โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงสินค้าในรุ่น White Beauty หรือรุ่นทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสค่ะ ส่วนประกอบหลักๆของรุ่นนี้ก็คือโปรวิตามินบี3 หรือ niacinamide ที่เป็นส่วนประกอบในแบรนด์และสินค้าไวเทนนิ่งหลายๆตัวค่ะ

สินค้าเค้าจะออกมาหลายๆตัวมากส่วนใหญ่จะเป็นสกินแคร์ครีมบำรุงผิวหน้า แล้วก็จะพวก Base MakeUp พวก BB Creamและพวกแป้งฝุ่นค่ะเรามาเริ่มกันที่สกินแคร์กันเลยก่อนละกันเนาะ

Pond’s White Beauty Facial Foam

โฟมล้างหน้าที่ออกมาหลายรุ่นและหลายชื่อมากๆจนจำไม่ได้ว่ารุ่นไหน มันเหมือนๆกันหมด555 โฟมล้างหน้าของPond’s เราชอบนะคะ มันเป็นโฟมที่ให้ความรู้สึกสะอาดดีค่ะ รู้สึกได้ว่าล้างหน้ามันๆได้สะอาดหมดจดดีค่ะ หลังล้างแล้วหน้าไม่ได้รู้สึกว่าแห้งผากอะไรมากมาย ถามว่ามันช่วยให้ผิวขาวหรือลดเลือนจุดด่างดำมั้ย ไม่ช่วยค่ะ เพราะเราล้างหน้าแปปเดียวก็ล้างน้ำออก คงไม่มีบำรุงอะไรได้ขนาดนั้น กลิ่นโฟมเป็นเอกลักษณ์มากเวลาล้างแล้วรู้สึกผ่อนคลายดีค่ะ เนื้อจะเป็นครีมมี่ๆฟองสีขาว โดยรวมแล้วมันเป็นโฟมที่ล้างหน้าได้สะอาดสดชื่นดีค่ะ

Pond’s White Beauty day spf30 cream

ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางวันค่า spf 30 ดูเหมาะกับการใช้ทาในชีวิตประจำวันค่ะ กลิ่นหอมตามสไตล์เอกลักษณ์Pond’s เค้าหอมแบบผ่อนคลายเนื้อไม่หนักมาเหมือนผสมผงแป้งมาด้วยในครีม พอทาแล้วน่าจะดูเนียนๆผ่องๆ แล้วก็มีความแมทให้นิดนึงค่ะ ซึมไวดีค่ะ แล้วก็ไม่ทำให้หน้ามันเลย ถือเป็นครีมสามัญทั่วไปที่นึกอะไรไม่ออกก็ทาๆครีมนี้ได้ค่ะ ถามว่าขาวขึ้นมั้ย จริงๆแล้วมันเหมือนจะทำให้หน้าดูผ่องๆชั่วคราวเฉพาะตอนที่ทาไปค่ะ พอล้างออกก็ไม่ได้ขาวผ่องเหมือนตอนทาแล้ว ใช้ประจำรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มและดูเรียบเนียนมากกว่าดูขาวนะคะ

Pond’s Flawless White  BB Cream

ถือว่าเป็นของถูกและดีที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ จริงๆเค้ามีรุ่นใหม่ที่เป็นบีบีและซีซีรวมกันแต่เราชอบรุ่นเก่าตัวนี้มากกว่า มีสองสีค่ะ ผิวขาวกับผิวสองสี ทาแล้วหน้าเนียนมากกกกก ปกปิดได้ดีเลย สามารถเพิ่มเลเยอร์ในการปกปิดได้จนถึงขั้นเป็นรองพื้นได้เลยนะคะ แต่ถ้าทาบางๆเบาแล้วตบด้วยแป้งฝุ่นแบรนด์เดียวกัน หน้าจะเนียนมากค่ะ แล้วก็ไม่มันเลยทั้งเช้าจรดเย็นอันนี้เราลองมาแล้ว

แป้งฝุ่นของ Pond’s เค้ามีหลายรุ่นมากค่ะ เราติดใจ 3 ตัวค่ะ

Pond’s Magic BB Powder

เป็นรุ่นสีเนื้อเข้มไปนิด แต่ให้การปกปิดดีที่สุดในทุกๆรุ่นของแป้งฝุ่นPond’s ผสมวิงค์ลงไปด้วยนิดๆไม่เยอะมากเอาไว้เซทหน้าหลังจากลงบีบีครีมได้ค่ะ ถ้าเอาไว้เซทหลังลงรองพื้นเลยเราว่ามันดูจะดูหน้าไปหน่อย ควบคุมความมันได้ดีเลยนะคะ ใช้กับผิวสองสีได้หรือผิวผู้ชายทาเฉยๆหลังทาครีมกันแดดก็ได้ลุดเนียนๆดีๆค่ะ

Pond’s Sweeties Pink

แป้งฝุ่นสีชมพูมีวิงค์ ทาแล้วหน้าจะผ่องสวยๆไปตลอดทั้งวัน หน้าจะดูไบรท์ เหมาะกับทุกสีผิวใช้ได้ไม่ขาววอกเกินงามค่ะ ตัวนี้เราว่าคุมมันดีที่สุดกว่าแป้งทุกรุ่นของPond’s นะคะ

Pon’ds Tone Up Loose powder

รุ่นใหม่ เป็นแป้งสีขาววิงค์ชิมเมอร์มาเต็ม คอนเซปหรือทำให้หน้าผ่องหรือขาวขึ้นนั้นแหละค่ะ คุมมันได้ดี แต่ผิวสองสีหรือผิวผู้ชายใช้ให้แอบระวังเพราะมันจะขาวไปนิดนึงค่ะ แต่กลิ่นหอมนมมมากกก ชวนเคลิ่มมากๆ

 

 

บำรุงผิวแบบขี้เกียจๆกับ ZA TRUE WHITE

สวัสดีค่า Miss.Slater เองจ้า รอบนี้มาแบบขี้เกียจๆ คือบางทีเราตื่นไปทำงาน ไปทำธุระสาย หรือในช่วงเวลารีบๆที่ๆไม่มีเวลาเตรียมตัวพอ บางทีเราก็ขี้เกียจที่จะทาครีมหลายๆตัวหรือทำให้ครบจบขั้นตอน ถ้ามีบำรุง หรือ แต่งหน้าตัวไหน ที่ทาๆจบๆให้เสร็จแต่ยังมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวอยู่ เลยเอามารีวิวให้เพื่อนๆอ่านกันค่ะ เป็นสินค้าจากแบรนด์za คอลเลคชั่น True White ค่ะ

คอลเลคชั่นนี้ก็ตรงๆก็คือเน้นความขาวกระจ่างใส โดยส่วนผสมหลักๆเค้าจะเรียกว่า whitening 4msk ก็คือเป็นสารส่วนผสมในเครือสินค้าชิเซโด้ค่ะ ช่วยเรื่องลดเม็ดสี ลดจุดด่างดำ แล้วก็มีพวกวิตามินซี อะไรพวกนี้ค่ะ สินค้าเค้าจะแพคเกจเรียบๆดูเข้าถึงง่ายดีค่ะ

เริ่มที่บำรุงผิวหน้าตัวแรกค่ะ
ZA TRUE WHITE EXESSENCE LOTION n
เป็นเอสเซนต์บำรุงผิวในรูปแบบน้ำๆข้นๆ หนืดๆค่ะ แต่ซีมไวนะคะ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์มากๆ แนวๆ ดอกไม้ ให้ความชุ่มชื่นได้ดีเลยค่ะ ตบๆให้มันเข้าผิวลงไปไม่เหนียวเหนอะหนะเลย เช้าๆมารีบทาตัวนี้เป็นบำรุงตัวเดียวจบได้เลย ปริมาณเยอะสะใจ เยาะมาทาทั่วตัวได้อีกด้วย เรื่องที่อยากบอกคือเรื่องความขาว หรือมันได้ช่วยให้ผิวแบบขาวสว่างเปลี่ยนเฉดแป้งหรืออะไรนะคะ แต่มันช่วยให้ผิวดูใสๆกระจ่างๆ ดูไม่โทรมได้ดีมากๆค่ะ เรื่องจุดด่างดำช่วยได้นิดหน่อยมีทำให้ดูจางๆเบาๆ ลงได้บ้าง ผิวจะดูเนียนละเอียดขึ้นค่ะ แถมไม่แพงด้วย สามร้อยกว่าบาท ถือว่าดีมากๆ ใช้ทาได้ทั้งหน้าและทั้งตัวเลยสำหรับ ตัวนี้ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ หน้าจะนุ่มและใสขึ้นนะ

บำรุงอันที่2 จะเป็นครีมบำรุงแบบกันแดดด้วยค่ะ
ZA TRUE WHITE TOTAL CARE CREAM เป็นครีมบำรุงเนื้อข้นมากๆ สีขาวค่ะ เกลี่ยยากนิดนึงต้องใช้ความพยายามในการปาด มีกันแดดด้วยนะคะ เค้าเคลมว่าใช้ตัวนี้ตัวเดียวครบในตอนกลางวันเพราะมันช่วยบำรุงผิว ปรับผิวให้สว่างกระจ่างใสในทันทีเพราะเค้าผสมส่วนผสมของเมคอัพมาให้ เคลมว่าช่วยเรื่องสิวด้วยแต่เราว่าไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ ตัวนี้เราชอบตรงที่ว่าพอมันทาแล้วรอเซทตัว ผิวจะมีความฉ่ำๆใสๆ และนุ่มมากๆ ทาเมคอัพแล้วจะช่วยให้เมคอัพติดทน และให้ผิวดูไบร์ทตลอดวันดีมากๆค่ะ

ตัวสุดท้ายสำหรับวันขี้เกียจก็คือรองพื้นนั้นเองค่ะ
ZA TRUE WHITE CUSHION COMPACT
เป็นรองพื้นแบบคุชชั่น ที่เน้นบำรุงผิวให้ความสว่างกระจ่างใสด้วยค่ะ จะบอกว่าไม่เน้นปกปิดเท่าไหร่ แต่ให้ความฉ่ำวาว สว่างกระจ่างไบร์ทมากๆ ที่ไทยจะขาย3 สีนะคะ เราเลือกสีเบอร์เข้มสุดมา พอดีกับผิวหน้าเลยไม่ลอย แต่เนื่อคุชชั่นจะออกโทนชมพูนะคะ ตอนเลือกสีต้องระวังกันดีๆนะ อย่างที่บอกค่ะว่ามันให้ความฉ่ำมากๆ เพราะฉะนั้นจะค่อยคุมมันเท่าไหร่ ถ้าใครชอบหน้าโกลวๆ จัดตัวนี้ได้เลย แต่ถ้าอยากให้มันไม่เยิ้มมาก ก็สามารถลงแป้งฝุ่นทับได้ค่

ขอบคุณค่าาาา

Review Skincare ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ดูอิ่มเอิบ ดูสดใส

สวัสดีค่า กลับมาพบกับ Slater อีกครั้งนึงแล้วนะค่าาาา ช่วงนี้แอบบ้าสกินแคร์มากๆ ได้ลองๆหลายตัวหลายแบรนด์ มีความเชื่อส่วนตัวว่าถ้าลงบำรุงดีๆ เยอะๆ เป็นประจำ แล้วผิวเราจะดูดีสวยใสขึ้น ฮาาา พอได้ประโคมๆ หรือใช้ติดต่อกันแล้ว ผิวมันดีขึ้นจริงๆค่ะถ้าเราดูแลอย่างตรงจุดปัญหาผิว ช่วงนี้ชอบskincare ที่เน้นให้ความชุ่มชื่นและเติมน้ำให้ผิวค่ะ ตอนนี้เลยชอบใช้ skincare ของแบรนด์ Vichy และ La roche posay ค่ะ เพราะskincare 2 แบรนด์นี้ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นและเหมาะกับผิวบอบบางเป็นอย่างดี

อย่างที่บอกกว่าหลักๆเราใช้ตัวที่เน้นให้ความชุ่มชื่นกับผิวค่ะ จะมีบางรุ่นบางตัวมีจะช่วยเรื่องผิวกระจ่างใสได้ด้วยค่ะ จริงๆคอนเซปง่ายๆของสกินแคร์แบบเติมน้ำให้ผิวมันดียังไงก็คือ พอผิวเราได้รับความชุ่มชืนเต็มที่ มันก็จะดูไม่แห้งกร้านหรือไม่ดูเหี่ยวแห้งนั้นเองค่ะ ผิวดูจะอิ่มเอิบอาจะให้รู้สึกว่าพอผิวอิ่มเอิบก็จะดูแน่นกระชับขึ้นค่ะ

มาเริ่มกันที่ตัวแรกเลยดีกว่า

Vichy Mineral 89

ตัวนี้เป็นพรีเซรั่ม ตัวเด็ดตัวไฮไลท์ของแบรนด์นี้เลยนะคะ เพึ่งออกมาได้ไม่นาน แต่กระแสดีมากๆ เป็นพรีเซรั่มเนื้อเหลวใสๆเหมือนน้ำเลยค่ะ แต่ก็มีความเข้นข้นหนืดๆนิดนึง เค้าเคลมว่าส่วนผสมเป็นน้ำแร่จากแหล่งภูเขาไฟในฝรั่งเศสเข้มข้นถึง 89% ตามชื่อสินค้า สรรพคุณหลักๆก็ตรงตัวค่ะ เพิ่มเติมความชุ่มชืนให้กับผิวเป็นอย่างดี เกลี่ยง่ายเนื้อจะเหลวๆหนืดๆ ลงก่อนเป็นตัวแรกก่อนเซร่มตัวอื่นค่ะ อ่อนโยนดีค่ะ ซึมเร็ว ทาแล้วสบายไม่หนักหน้าเลยยย ตัวนี้เค้ามีวิธีนวดมาให้ด้วยนะคะ เป็นเลข 8 9 จะมีบอกไว้ตามข้างกล่อง ใช้ไปซักอาทิต์นึงจะเช้าเย็นจะรู้สึกได้เลยว่าหน้าชุ่มชื่นแบบไม่มันมาก รูขุมขนที่กว้างๆเพราะหน้าขาดน้ำก็ดูดีขึ้นค่ะ ชอบมากๆค่ะตัวนี้เป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องผิวขาดน้ำได้ดีมากๆ

Vichy Aqualia Thermal Dynamic Hydration Serum

เซรั่มตัวนี้ถ้าเทียบกับตัวด้านบน ตัวนี้จะเนื้อเข้มข้นกว่า และดูเหมาะกับผิวแห้งมากกว่า หรือผิวมันหรือผิวผสมจะใช้เป็นไนท์เซรั่มก็น่าจะเหมาะกว่าค่ะ เนื้อหนักแต่ทาแล้วไม่เหนียวหน้าเลยนะ ซึมไว หน้าจะดูอิ่มๆลื่นๆ น่าจะมีบางอย่างเคลือบผิวไว้นิดๆ ตัวนี้ใช้แล้วผิวที่โทรมๆแห้งๆจากช่วงที่ทำงานหนักๆหรือนอนดึกๆ กินเหล้าแล้วผิวแห้ง ตัวนี้ช่วยได้เป็นอย่างดีค่ะ ช่วยลดความแห้งกร้านของผิวได้ดีเลยค่ะ

La Roche-Posay  Toleriane Ultra Light

ตัวนี้เป็ยเซรั่มเนื้อน้ำนมที่มีความอ่อนโยนกับผิวมากๆ ไม่มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอลล์เลยค่ะ สามารถเอามาทารอบดวงตาแทนอายครีมได้เลย ให้ความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี เวลาที่หน้าแพ้อะไรมา หรือเวลาโดนแดดโดนฝุ่นแล้วรู้สึกว่าผิวกร้านๆจะโบกตัวนีหนาๆ เลย ความกร้านของใบหน้าจะดีขึ้น รู้สีกได้ว่าผิวฟื่นฟูขึ้น

Vichy Aqualia Thermal Night Spa

เป็นSleeping mask ที่ทำออกมาคล้ายแบรนด์เกาหลีๆเลยค่ะ เนื้อฟ้าๆ ข้นๆ ทาหนาๆช่วงกลางคืน หลักๆก็คือช่วยเรื่องผิวแห้ง ผิวขาดน้ำค่ะ ก็คือโบกหนาๆทาทิ้งไว้ก่อนนอนตอนกลางคืนได้เลย ใช้ติดๆกันหลายวัน จะรู้สึกได้ว่าหน้านุ่ม เนียนขึ้น ไม่ช่วยเรื่องขาวนะคะ  ตัวนี้กลิ่นน้ำหอมแรงไปนิส ใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆอาจจะไม่ชอบ ซึมไวอยู่ค่ะ ต้องทาแบบหนาจริงๆจึงจะรู้สึกว่ามันเป็นมาร์ส ฮาาา

Vichy Ideal White Essence

มาถึงตัวที่ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใสและช่วยให้ความชุ่มชื่นไปพร้อมกันกับตัวนี้ค่ะ กลิ่นหอมอ่อนๆเราชอบมาก ซึมไวมาก ทาแปปๆหาย ช่วยเรื่องผิวชุ่มชื่นแล้วผิวดูไบร์ทๆใสๆได้ดีในระดับนึง รู้สึกได้ว่าหน้าจะดูเนียนๆใสๆ สว่างขึ้น พวกรอยดำๆ จุดดำๆ ดูจา้นงๆลงค่ะ รอยสิวดูจะหายเร็วขึ้น หน้ากตัโดยรวมดูดีขึ้นเลยค่ะ ชอบมากตัวนี้ ตัวนี้แนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาเซรั่มที่ช่วยเรื่องผิวชุ่มชื่นและกระจ่างใส ลดจุดด่างดำไว้ในตัวเดียวจบค่ะ

Vichy Idealia Lumiere Day Cream

เป็นเนื่อเจลๆข้น เค้าว่าไว้ทาเป็นเดย์ครีมได้ เราว่าเหมาะกับคนผิวแห้งนะคะ ผิวมันถ้าทาตอนกลางวันแล้วทาครีมกันแดดต่อ อาจจะรู้สึกว่ามันเหนอะหนะไปหน่อย ส่วนผสมของน้ำแร่ตามสไตล์แบรนด์วิชชี่นะคะ ตัวนี้เคลมว่าช่วยให้ผิวกระจ่างใสดูชมพู ตัวนี้เราชอบเอฟเฟคหลังทาค่ะ คือหน้าจะดูชุุ่มชื่นๆ เงาๆ กระจ่างฉ่ำๆดีค่ะ ผิวจะดูสดใสขึ้นเหมาะกับวันไหนทีตื่นมาหน้าโทรมๆ อยากให้หน้าดูตื่นขึ้น ทาตัวนี้ช่วยได้นะ

La Roche-Posay : Anthelios XL Dry Touch Gel-Cream SPF50+ PA++++  ชื่อยาวมากกกก

เป็นกันแดดเนื้อเจลที่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเหนะหนะของครีมกันแดดค่ะ ซึ่งเนื้อของเจลตัวนี้ไม่ทิ้งความมันไว้เลยหลังทา สามารถลงไพรเมอร์ แต่งหน้าต่อโดยไม่ทำให้รู้สึกว่ามันเหนอะหรือหนักหน้าเลยค่ะ ไม่เป็นคราบขุย ระหว่างวันหน้าไม่มัน กันแดดได้ดีหน้าไม่หมองหรือแสบตอนออกกลางแจ้ง เหงื่อออกก็ไม่รู้สึกแสบนะคะ กันแดดบางยี้ห้อจะเป็นค่ะ คุณภาพดีสมราคามากๆค่ะตัวนี้ เป็นกันแดดที่เหมาะกับวันธรรมดาและวันลุยๆ ตัวนีเอาอยู่ค่ะ แต่สำหรับเราด้วยความที่่มันติดทนดีมาก อาจจะต้องใช้คลีนซิ่งก่อนใช้คลีนซิ่งโฟมนะคะตัวนี้

Vichy Thermal

เป็นสเปร์ยนำ้แร่เพียวๆ เลยค่ะ เรื่องของเรื่องคือได้แถมขวดเล็กมาตอนที่ซื้อตัว 89 ค่ะ แล้วมีความรู้สึกว่าเอ้ย มันดีเลยจัดป๋องใหญ่มาค่ะ ตัวนี้นอกจากจะช่วงเรื่องเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวแล้วยังช่วยลดพวกการระคายเคืองผิวได้ด้วยนะคะ สเปรย์ฉีดจะเย็นๆหวิวๆ ฮาาา บรรยายเป็นตัวอักษรไม่ได้เท่าไหร่เอาเป็นว่าตัวนี้ใช้แล้วมันจะชุ่มๆดีค่ะ ใช้ก่อนทาครีม หรือหลังแต่งหน้าได้ค่ะ หัวสเปร์ยฉีดแล้วจะฟุ้งเผื่อแผ่คนรอบข้างได้

La Roche Posay Serozinc Oil Blotting Mist

ชอบด้วยคอนเซปของตัวสินค้า คือปกติสเปร์ยละอองน้ำแร่มันจะช่วยเรื่องให้ความว่าชุ่มชื่นเนาะ แต่ตัวนี้เค้าเคลมว่าเป็นสเปร์ยซับมันค่ะ ช่วยควบคุมความมัน ลดความมันส่วนเกินของหน้า ช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นมาจิ๊ดนึง อิอิ โดยส่วนตัวชอบที่มันช่วยล็อคเมคอัพไม่ให้เยิ้มหรือเป็นคราบได้ดีค่ะ

 

Snail Fever : รวมไอเท็มตัวเด็ดๆจากเมือกหอยทากกกกก

สวัสดีค่า กลับมาพบกับ Slater อีกแล้วนะค่า

ช่วง2-3  เดือนที่ผ่านมาตัวเราอินกับส่วนผสมนึงที่เค้าฮิตกันมานานแล้วละคะ แต่เราเพึ่งจะมาอิน555 มันคือเมือกหอยทาก  (snail secretion filtrate) นั้นเอง ด้วยความที่มันมีสรรพคุณประโยช์นครอบคลุม ทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน(ผิวเด้ง) ลดการอักเสบ และบางทีถ้าสารสกัดเข้มข้นก็ช่วยเรื่องรอยแดง  รอยดำด้วยได้ดีเลยค่ะ เลยลองๆ หลายๆตัวหลายๆแบรนด์ ที่เค้าว่าดี ว่าดัง ก็ค้นพบตัวที่ว่าดีกับหน้าเราจริงๆเลยอยากมาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน สำหรับหลายคนจะติดภาพว่าถ้าเป็นสิน้ค้าจากเมือกหอยทากมันจะยืดๆใช่มั้ยค่ะ เป็นเมือกๆยืดๆเหนียวๆให้ดูสมจริงว่ามาจากเมือกหอยทากจริงๆ จะบอกว่าไม่ทั้งหมดทุกตัวทุกแบรนด์นะคะ ที่จะเป็นยืดๆ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีเนื้อผลิตภัณฑ์แบบนั้นค่ะ

รวบรวมมาให้ครบทุกฟังค์ชั้นการใช้งานทั้งสกินแคร์และเบสเมคอัพนะคะ

เริ่มกันที่ตัวแรกเลยค่ะ Cleanser

 

Le’SKIN Snail Mild Cleanser

เป็นโฟมคลีนซิ่งเนื้อเข้มข้น มีเมือกหอยทากกับวิตามินอีเป็นส่วนผสมหลักนะคะ จริงๆก็ไม่ได้หวังว่าจะได้สรรพคุณบำรุงผิวมากมายเพราะมันแค่ล้างออกแปปเดียวส่วนผสมไม่น่าซึมทันค่ะ แต่ชอบโฟมอันนี้ที่มันล้างหน้าได้สะอาดเกลี้ยงดีมากๆแล้วก็ผิวไม่แห้งตึงเอียดหลังล้างค่ะ หน้าจะดูนุ่มฟูๆหน่อย สิวไม่ขึ้นด้วยช่วงที่ใช้ ถือว่าชอบใช้เป็นโฟมล้างหน้าในทุกๆวันค่ะหน้าใสดีช่วงที่ใช้

Benton SnaiBee High Content Essence

ตัวนี้เป็นแบรนด์จากเกาหลีนะคะ ขายเฉพาะออนไลน์ เราชอบมากกกกกๆ ส่วนผสมของเอสเซนต์ตัวนี้เค้าจัดเต็มมากๆ ทั้ง สารสกัดจากเมือกหอยทาก มีพิษผึ้งมาให้หน่อยๆซึ่งเค้าว่าถ้าใช้คู่กับเมิอกหอยทากจะช่วยเรื่องกระตุ้นเนื้อเยื่อลดริ้วรอยต่างๆได้ดี ได้ไวขึ้น มีสารAntioxidant หลายตัวที่ช่วยเรื่องต้านการอักเสบ ช่วยเรื่องสิวอักเสบและรอยสิวด้วย! ส่วนตัวเราชอบเอสเซนต์ตัวนี้มาก มันช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนๆดีมากๆค่ะพวกรอยแดงรอยดำก็ไม่ค่อยแย่ไปกว่าเก่าค่ะ เนื้อเป็นเจลใสซึมเข้าผิวไวมากๆ ถือว่าเป็นเซรั่มที่ดีมากและเห็นผลได้จริงๆสำหรับ ข้อเสียคืออาจจะหาซื้อยากหน่อยนะคะ

 

Mizon All in one Snail Repair Cream

ตัวนี้ซื่อตอนแรกเพราะสงสัยว่านางเป็นแบรนด์เกาหลีที่ขึ้นเป็นท็อปครีมที่คนซื้อใช้ในเวป iherb เคยมีตัวแทนขายในไทยช่วงซักช่วงนึงแล้วก็หายไปนะคะ เป็นอีกตัวนึงที่เราชอบอีกเหมือนกัน มันให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหน้าได้ดีมากๆ โดยรู้สึกว่าไม่ทำให้หน้ามันหรืออุดตันเลยค่ะ เป็นครีมข้นๆเนื้อสีขาวกลิ่นเหมือนกาว55 ขอใช้คำว่าเหมือนเนื้อบาล์มมากกกว่าเนื้อครีมค่ะ ทาไปนวดๆก็จะซึมเข้าผิวหน้า ช่วงอากาศหนาวๆผิวแห้งตัวนี้เอาอยู่มากๆ ครีมตัวนี้เน้นเรื่องชุ่มชื่นและเรื่องริ้วรอยได้ด้วยนะคะ มีส่วนผสมหลายตัวทั้งEGF และ Peptides อีกหลายตัวนรวมอยู่ตัว แต่ก็ไม่ถึงขนาดช่วยเรื่องริ้วรอยหนักๆนะคะ แต่ทาไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าผิวมันตึงขึ้นและดูกระชับขึ้นค่ะ ตัวนี้ไม่มีขายที่ไทยแล้วเหมือนกันแต่มีตามเวปหิ้วนะคะ ราคาไม่แพงมาก

FarmStay Snail Repair Cream

ตัวนี่ส่วนผสมจะคล้ายๆกับตัวบนแต่ราคาถูกและปริมาณเยอะกว่า เรามาทาเป็นช่วงคอ ช่วงอกค่ะ ผิวจะดูนุ่มๆตึงดีๆค่ะ ตัวนี้รู้สึกได้ถึงความเป็นไวเทนนิ่งได้ดีช่วยเรื่องจุดด่างดำ ผิวจะดูใสๆขึ้นได้ดีกว่าค่ะ

 

Snail White Body Booster

โลชั่นทาตัวจากแบรนด์เมือกหอยทากชื่อดังนะคะ ส่วนตัวชอบโลชั่นทาตัวอันนี้มากคือส่วนผสมดีมีหลากหลาย หลักๆก็คือเมือกหอยทากนั้นแหละค่ะ แต่เค้ามีพวก ceramide ที่ช่วยเสริมชั้นผิว ตอนใช้ช่วงแรกๆยังเฉยๆนะคะแต่พอใช้ไปหมดขวดนึง นี้สังเกตุได้ว่าผิวจะดูเนียนขึ้นมาได้เลยค่ะ นุ่มขึ้นนี้แน่นอน ผิวดูกระจ่างๆดีค่ะ เนื้อโลชั่นตัวนี้จะไม่เหนอะหนะนะคะ มีความเบาสบายตัวอยู่ดีทีเดียว ถ้าอากาศหนาวหรือผิวแห้งมากๆตัวนนี้อาจจะไปช่วยงผิเท่าไหร่นะคะ แต่ถ้าเป็นใช้บำรุงผิวในทุกๆวันให้มีสุขภาพดี ตัวนี้เราแนะนำค่ะ

Beauskin Pure Natural Snail Silky Pore BB Cream SPF45/PA++

bb cream สูตรเมือกหอยทาก ตัวนี้คิดว่าคงใส่ส่วนผสมเมือกหอยทากมาไม่เยอะหรอกค่ะ ไม่หวังผลเรื่องการบำรุงผิวแต่ตัวนี้ทาแล้วรู้สึกว่ามันกันแดดได้ดีทีเดียวค่ะ ปกปิดไม่มากแต่ทำให้หน้าดูผ่องสว่างกระจ่างใสดีค่ะเนื้อเกลี่ยลื่นง่ายให้ลุคสาวเกาหลี ผิวแทนหรือผิวสองสีหมดสิทธิ์สอบนะคะตัวนี้เพราะอาจจะวอกได้ค่ะ

Baby Bright Aloe Snail AA Smooth Skin Anti-Acne Cream SPF50 PA+++

ถ้าตัวบนดูขาวไปแนะนำตัวนี้นะคะ มีสามโทนสีให้เลือกเป็นโทนเหลืองเหมาะกับเผิวคนไทย เบอร์ 23 ของเค้านี้คนผืวสองสีใช้ได้ดีเลยค่ะ ปกปิดได่ดีและคุมมันได้ดีมากค่ะ ทาแล้วมันจะดูเกลี่ยเนียนกลืนไปกับผิวดีเลย กลิ่นจะแปลกๆหน่อยนะคะ แต่ถือว่าเป็นรองพื้นทีถูกและดีตัวนึงเลยค่ะ

 

หมดแล้วววว สำหรับการรวบรวไอเท็มตัวเด็ดที่มีสารสกัดจากเมือกหอยทากนะคะ

ไว้คราวหน้าจะรวบรวมอะไรมาฝากกันอีก ติดตามกันได้นะค่าาาาาา

 

Review : วิตามินอาหารเสริม DHC ที่ทานอยู่ค่ะ

สวัสดีค่า กลับมาพบกับ MissSlater กันอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เด๋วหนาว เด๋วร้อน เด๋วฝน ยังไงดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

วันนี้ืเราจะมีพูดถึง รีวิวถึงอาหารเสริม วิตามินที่เรากินค่ะ จะมีทั้งตัวที่เสริมความแข็งแรงของร่างกาย แล้วก็มีบำรุงผิวด้วยนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ DHC เพราะหาซื้อง่ายตามเน็ตแล้ว เราลองกินดูแล้วมันก็ดูเห็นผลได้ในราคาพอย่อมเยาว์ดีค่ะ

เริ่มกันที่ตัวแรกกันเลยนะคะ

DHC VITAMIN C

วิตซีตัวเบสิคที่กินได้ในทุกๆวันนะคะ กินวันละ 2 เม็ด จะได้โดส 1,000 mg ค่ะ สรรพคุณหลักๆของตัวนี้ที่เรากินก็ก็คือบำรุงร่างกายไม่ให้เป็นหวัดแหละค่ะ  มันช่วยพวกเวลาเราเป็นภูมิแพ้หรือเวลาที่อากาศเปลี่ยน รู้สึกได้ว่าถ้ากินวิตามินซีเข้าไปมันจะช่วยไม่ให้ร่างกายของเราอ่อนแอดีค่ะ ก็คือช่วยป้องกันมากกว่านะคะ ช่วยเรื่องเวลาไปปาร์ตี้ด้วยสำหรับเราจะกินอัดไว้ก่อนสองเม็ดเลย ถ้ารู้ตัวเองว่าจะต้องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายมันจะฟื้นจากอาการเมาค้างได้ดีค่ะ ผิวพรรณเป็นผลพลอยได้รองลงมาค่ะ ทานไปซักช่วงนึง ผิวมันจะดูไม่โทรมดีค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ขาวใสอะไรขนาดนั้นนะคะ คือมันก็ดูดีในระดับนึงแหละ ถ้าในส่วนของผิวพรรณอาจจะต้องทานตัวอื่นด้วย แต่ตัววิตามินซีมันจะช่วยให้ตัวอาหารเสริมอื่นๆที่เราทานไปดูดซึมได้ไวหรือดียิ่งขึ้นค่ะ เป็นตัวเบสิคที่เราว่าเหมาะกับทุกๆคนค่ะ

DHC VITAMIN B-MIX

วิตามินบีรวม บำรุงร่างกาย เราชอบตัวนี้มาก รู้สึกว่ามันช่วยบำรุงร่างกายได้ในหลายๆส่วนของร่างกาย อย่างแรกกินแล้วร่างกายกะปรี้กะเปร่าไม่ค่อยอ่อนเพลียค่ะ ช่วงไหนที่ทำงานหนักๆหรือเครียดๆเราว่ากินตัวมันพอช่วยบำรุงสมองได้ในระดับนึงค่ะ ไม่มึนหัวหรือปวดหัวในตอนเช้าๆที่ตื่นมา ตัวนี้กินแล้วเหมือนจะเจริญอาหารนิดหน่อย คือกินอะไรก็จะอร่อยไปหมด555 เรื่องผิวพรรณตัวนี้ช่วยมั้ย เค้าเคลมว่าช่วยเรื่องสิวผิวเรียบเนียน สำหรับเราไม่ได้เห็นผลอะไรชัดเจนนะคะ แต่ช่วงที่ทานสิวก็ไม่ค่อยขึ้นเลยค่ะ ผิวหน้าผิวตัวก็ปกติไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เน้นบำรุงร่างกายและสมองมากกว่า แต่แต่แต่ ตัวนี้กลิ่นเหม็นมากและทำฉี่เหลืองมาก55 น่าจะเป็นตัววิตามินที่ไปทำปฎิกิริยาในร่างกายนะคะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเป็นผลเสียอะไรแค่ทนกลิ่นให้ได้เท่านั้นเอง 55

DHC Multi-Vitamins

รวมวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวันมาให้ หลักๆก็คือบำรุงร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์อีกเช่นกัน อันนีเรากินเพื่อบำรุงร่างกาย เติมสิ่งที่ร่างกายอาจขาดไป เนื่องจากอาหารที่กินเข้าไปแต่ละกันอาจจะไม่ครบที่ร่างกายต้องการค่ะ จริงๆตัวนี้ไม่สามารถบอกว่ามันเห็นผลแค่ไหน เพราะจุดประสงค์ก็กินไว้กันร่างกายขาดสารอาหาร ผลที่กินก็ยังไม่ตอบแบบชัดเจนไมไ่ด้มากแต่ก็คือช่วงที่กิน ร่างกายก็แข็งแรงปกติ ไม่อ่อนเพลีย ไม่ปวดหัว ร่างกายไม่ได้เป็นโรคอะไรค่ะ ตัวนี้ดีตรงฉี่ไม่เหลือง555  โดยรวมคือเน้นความรู้สึกส่วนตัวว่าดีที่ได้กินค่ะ 5555

DHC Q10

คิวเท็นอีกตัวที่ใช้บำรุงร่างกายค่ะ หลักๆคือมันจะช่วยเรื่องหัวใจให้ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี ร่างกายตื่นตัวดีค่ะ จริงๆตัวนี้เค้าเคลมว่าช่วยเรื่องบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ด้วยนะคะ สำหรับเรายังไมได่เห็นผลชัดเจนอะไรขนาดนั้นค่ะ น่าจะเหมาะกับคนมีอายุหรือวัยผู้ใหญ่นิดนึงค่ะตัวนี้ โดยรวมแล้วก็คือบำรุงร่างกายและหัวใจค่ะ

มาถึงในส่วนของการวิตามินที่ช่วยเรื่องบำรุงผิวพรรณให้สดใสกันบ้างนะคะ

DHC  HYALURONIC ACID

ถือว่าเป็นตัวเด็ดตัวดังที่ถ้าใครจะเริ่มกินอาหารเสริมแบรนด์dhc ต้องลองตัวนี้นะคะ มันมีสารไฮยาลูรอนสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก หลักตัวนี้มันช่วยเรื่องความชุ่มชื่นของผิวได้ดีมากๆค่ะ ใครที่ผิวแห้งมากจนถึงกร้าน55 กินตัวนี้ซักสองซองจะรู้สึกได้จริงๆว่าผิวมันนุ่มขึ้นหรือจับหรือลูบไปแล้วไม่รู้สึกสากๆ 555 มันทำให้เรารู้สึกได้ว่าผิวจะเด้งๆขึ้นๆ ไม่ว่าจะที่หน้าหรือผิวตัวนะคะ จะใช้คำว่ากระชับขึ้นก็ดูจะเกินไปแต่ใช้คำว่าผิวดูไม่เหี่ยวไม่ย่นได้จริงๆนะ ดูอิ่มน้ำผิวพรรณสดใส เราชอบมากๆค่ะตัวนี้ คอนเฟิร์มว่าใครที่ได้ลองแล้วผิวจะนุ่มขึ้นจริงๆ ตัวนี้ช่วยเรื่องข้อต่อ ข้อเข่าต่างๆได้เบาๆด้วยนะคะ หรือเค้าจะไปช่วยเป็นเจลลี่โอบอุ้มตรงพวกส่วนข้อต้อให้เราไม่เจ็บหรือปวดเวลาใช้งานหนักๆค่ะ

DHC COLLAGEN

เม็ดเล็กๆไม่ใหญ่ แต่ก็ต้องกินเยอะถึง 6 เม็ดถึงได้จะโดสที่เข้าบอกคือ 2,050 mg ค่ะ เป็นคอลลาเจนจากปลาทะเล เราว่ากินคู่ตัวไฮยาและวิตามินซี ดูมันจะไปด้วยกันได้ดีนะคะ ผิวจะดูแน่นขึ้นค่ะ อันนี้เราสังเกตุจากผิวหน้าเรานะคะ ผิวจะดูมีความชุ่มชื่นดีปรับผิวให้ดูดีสวยจากภายใน แต่มันไม่ได้ให้แบบริ้วรอยหายไปนะคะ คือพอผิวเรามีความชุ่มชื่นดีมันก็จะดูสุขภาพดีไม่แห้ง ไม่ดูเหี่ยวย้นได้ค่ะ เล็บกับผมจะยาวไวขึ้นนิดหน่อยอันนี้จากที่สังเกตุเอง แต่บอกไว้เลยว่า!ไม่ช่วยเรื่องขาวนะคะ บอกไว้เลย ถ้าผิวชุ่มชื่นอะช่วยได้ โดยรวมๆกินตัวนี้แล้ว ผิวดีขึ้นค่ะ

DHC PLATINUM NANO

ตัว่นี้กินแบบงงๆ เหมือนกันว่ามันช่วยเรื่องอะไรอะ หลักๆคือเค้าบอกว่ามันมีส่วนผสมของสารสกัดที่จะช่วยสะท้อนแสงแดดออกไป ไม่ให้ผิวของเรานั้นคล้ำเสียง่าย ผิวก็จะดูไบร์ทๆ ตัวนี้กลิ่นแรงมากๆค่ะ กินแบบสารเคมีกันเลยทีเดียว เหมาะกับเวลาออกแดดจัดๆตัวนี้เรารู้สึกว่ามันช่วยไม่ให้ผิวคล้ำลงหรืออักเสบแดงเวลาออกแดดจัดๆได้ดีค่ะ ถ้าไม่กินต่อเนื่องเราก็จะกินในช่วงที่ออกแดด ไปทะเล กิจกรรมเอาท์ดอร์อะไรพวกนี้ค่ะ ไม่ได้ช่วยให้ผิวขาวขึ้นมากแต่มันช่วยไม่ให้ผิวคล้ำลง หรือแสบผิวเวลาออกแดดได้นะคะตัวนี้ คิดว่าถ้ากินต่อเนื่องน่าจะทำให้ผิวดูขาวขึ้นได้นะคะ เพราะมันสะท้อนแสงแดดที่เข้าผิวเราออกไปค่ะ

หมดแล้วค่ะสำหรับวิตามิน DHC ที่เราทานอยู่ จริงๆมีอีกหลายตัวที่น่าสนใจและดูมีประโยชน์ค่ะ ราคาก็ไม่แรงมากสำหรับแบรนด์ไว้มีตัวไหนเด็ดๆมาเพิ่มเราจะมารีวิวให้อ่านกันอีกในคราวหน้านะคะ เจอกันใหม่ค่ะ บาย

 

 

 

Plankton Fever ! รวบรวมSkincare สารสกัดจากแพลงตอนค่ะ

สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกับ Slater กันอีกครั้งนะคะ
วันนี้จะมาเปิดกรุรีวิวสินค้าเครื่องสำอาง บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัด Plankton ที่บ้านเรากำลังฮิตใช้กันอยู่ค่ะ
Plankton ก็คือพวกสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ทะเลลึกที่มีขนาดเล็กมากๆ ซึ่งเราก็ไปนำสกัดมาใส่ในครีมบำรุงผิวหรือเครื่องสำอางกันนะคะ
หลักๆแล้วเราคิดว่าประโยชน์ของมันที่เห็นผลได้คือ มันช่วยฟื้นฟูผิวและเหมือนมันจะช่วยซ่อมแซมผิวให้มีสุขภาพดึขึ้นค่ะ ยิบย่อยกว่านี้ว่า ผิวจะขาวขึ้น ริ้วรอยหายไป หรือลดการระคายเคืองอันนี้ก็แล้วแต่สรรพคุณแต่ละตัวที่จะเคลมกันไปนะคะ

รวบรวมสินค้าที่มีสารสกัดจากPlankton มาค่ะ
เร่ิ่มกันที่ตัวแรกของตลาดสารสกัดตัวนี้เลยนะคะ ท็อปสุด ราคาก็ท็อปสุดเช่นกัน

Biotherm Life Plankton Essence
ตัวแรกสุด ตอนออกมาจำได้เป็นกระแสสุดๆ ทุกคนฮือฮาอื้ออึงว่ามันเริ่ดมันดี เราก็ได้ลองซื้อมาใช้ จากduty freeลองดูค่ะ
ตัวนี้เป็นเอสเซนส์เข้มข้นแต่เนื้อเหลวแบบน้ำตบค่ะ ก็คือตบๆทั้วใบหน้าบำรุงผิวไป เช้าเย็น เนื้อตัวนี้เราว่าเข้มข้นมากๆ มีความหนึบหนับผิวอยู่หลังจากใช้เหมือนกันค่ะ กลิ่นตัวนี้บางคนก็ว่าแย่นะคะ แต่สำหรับเราเฉยๆ เพราะเข้าใจว่ามันเป็นกลิ่นของการหมักอะไรซักอย่างซึ่งก็น่าจะเป็นสารสกัดนั้นแหละค่ะเขย่าขวดก่อนใช้นะคะ ให้มันเข้ากัน ตบๆมันเข้าไปค่ะ เรื่องความชุ่มชื้นยกให้เลย ผิวแห้งๆหรือเกือบๆในระดับเซบเดิร์มเราว่านางเอาอยู่ค่ะ โดยรวมแล้วนางช่วยเรื่องให้ผิงเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวล หน้าดูสดใสมีสุขภาพดีค่ะ รอยสิวจางลงบางๆเบา ถือว่าเริ่ดค่ะตัวนี้

มีแบรนด์ฝั่งยุโรปไปแล้ว พี่เกาก็ไม่น้อยหน้าทำออกมาบ้างค่ะ ในราคาย่อมเยาว์ลง
Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate The Premium Aging White Plus

เป็นเอสเซนส์น้ำตบเหมือนกันค่ะแต่ของSenaตัวนี้มีความเหลวใสกว่า ตัวนั้นอกจากจะมีสารสกัดจากPlankton แล้วเค้าก็จะรวมตัวๆอื่นๆที่เป็นสมุนไพรใส่เข้ามาด้วยค่ะ เคลมว่าเน้นเรื่องผิวขาวกระจ่างใส ตัวนี้เราชอบตรงที่มันตบๆเข้าผิวไปไม่เหนอะหนะเลย ช่วยเรื่องรูขุมขุนได้นิดหน่อย ชอบตรงที่รอยสิวดูจางๆลงไปดีค่ะ หน้าแบบมีความไบรท์ขึ้น ดูผิวสว่างขึ้นดีค่ะ

Sena Marine Plankton Aging Serum Concentrate
เป็นเซรั่มที่เนื้อเข้มข้นขึ้นมาจากตัวน้ำตบมากๆค่ะ เนื้อเข้มข้นสีขาว นอกจากตัวPlankton แล้ว เค้าจะผสมสารสกัดจากโสมมาด้วย เคลมว่าช่วยเรื่องริ้วรอยซึ้งเราก็คิดว่ามันน่าจะช่วยได้จริง ใช้คู่กับบรรดาน้ำตบก่อนแล้วลงตัวนี้เป็นเซรั่มเช้าเย็น รู้สึกได้เลยว่าผิวมันนุ่มฟู ดูแน่นๆตึงๆขึ้นค่ะ จริงๆถ้าใครที่ผิวแห้งมากๆใช้ตัวนี้เลยก็ได้ ไม่ต้องไปใช้ตัวที่เป็นน้ำตบค่ะ คิดว่าเอาอยู่ ทาก่อนแต่หน้าก็ได้ ทำให้เครื่องสำอางติดทนดีค่ะ

Ocean Skin Speedy Miracle Deep Ocean Water Essence
ตัวนี้เค้าได้บอกว่าว่าเป็นPlankton ระดับ4gอะไรซักอย่างบวกกันสารสกัดจากยีสต์Galactomycesตัวดัง รวมกันค่ะ เพราะรวมกัน เราเลยคิดว่ามันต้องช่วยเรื่องความชุ่มชื่นแบบมากๆแน่ๆ ซึ่งมันก็เป็นไปตามคาดค่ะ เป็นน้ำตบเนื้อใสๆหนืดๆนิดหน่อย ช่วยเรื่องผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำดีมากๆ คนผิวมันก็ใช่ได้เพราะมันไม่เหนอะ และถ้าใครผิวแห้งผากๆ หรือชอบความฉ่ำ ก็น่าแนะนำตัวนี้ค่ะ ดีจริงๆ ของตัวนี้หลังตบเข้าไปพอซึมแล้วมันจะทำให้ผิวดูตึงๆหน่อยด้วยค่ะ

Jenny Sweet Perfect Plankton Cream Mask
ถูกสุด ย่อมเยาว์สุด หาซือง่ายสุด กับมาร์สPlankton แบบซองตัวนี้ เป็นมาร์สเนื้อข้นสีขาว พอกทิ้งไว้แล้วล้างออกค่ะ วันไหนรู้สึกว่าหน้าโทรม ก็พอกตัวไปค่ะ มันช่วยรีเฟรชผิวที่เหนื่อยๆได้ดีนะ สำหรับเรา หลังล้างออกหน้าจะดูขาวๆหน่อยนึงค่ะ แต่ความนุ่มนั้นสุดยอด หน้ามีความนุ่มมากๆจับหน้าไปเพลินไป วันไหนเจออะไรมาหนักๆ จัดไปตัวนี้ ซื้อได้ที่เซเว่นจ้า

Baby Bright White Plankton Matte Cushion SPF50/PA+++
เป็นแบรนด์ในเครือของKarmart ค่ะ เป็นคุชชั่นหน้าเนียนมีส่วนผสมเป็นสารสกัดจากPlanktonค่ะ มีสามเฉดนะ ผิวสีน้ำผึ้งใช้ได้ ตัวนี้เราชอบมากกก มันเป็นคุชชั่นที่ให้ควาฉ่ำวาวดีมากๆ ทาบางๆตัวใบหน้า ถ้ากลัวเยิ้มให้ลงแป้งฝุ่นนิดหน่อย แต่ถ้าอยากให้ฉ่ำเป็นสาวเกาหลีก็ลงแล้วจบค่ะไม่ต้องแป้งฝุ่น ปกปิดดีพอสมควรนะคะ ถือว่าไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์ได้เลย เหมาะกับวันสบายๆ หรือแต่งไปทำงานก็ได้ค่ะ

Soap and Glory , Original Pink ให้มันเป็นสีชมพู !

สวัสดีค่ะ Slater มา Review บิวตี้ไอเทมกันอีกแล้ว รอบนี้มาReview ไอเทมของแบรนด์ดังจาก UK ในร้าน Boots ค่ะ

Soap and Glory เป็นแพคเกจน่ารักๆสีชมพูมุ้งมิ้ง ความจริงแบรนด์นี้มีมาหลายปีแล้วนะคะ ตัวแรกที่เราได้ลองคือ ตัวเด็ดของเค้า The Righteous body butter ซึ่งเป็นครีมทาผิวที่ให้ความชุ่มชื่นดีมากและที่สำคัญคือกลิ่นหอมมากกกกก!